| pongpanor's profile•°o.O+*¨^¨*+ `·.¸¸.·Welc...PhotosBlogLists | Help |
|
December 18 jazz festival 2006 in BKKสวัสดีอีกรอบค่ะ
สงสัยเราคงจะอึดอัด หลังจากหายหน้าหายตาไม่ได้มา up blog นาน เพราะความเพลีย เปี้ย ง่อย ทั้งร่างกายและสมองที่ล้า
ช่วงที่หายไป กลับบ้านมาก้ทำได้มากที่สุดแค่ อาบน้ำ และล้มตัวลงนอน ..(อาบน้ำได้ก็เก่งแล้ว อิอิ)
เอาแบบดีมากหน่อย ก็คงต้องบอกว่า
อาบน้ำ ล้มตัวลงนอน และอ่านหนังสือซักเล่มจนหลับไป หลังๆ เรื่องโทรศัพท์ไม่ต้องพูดถึง
เอาแบบพูดน้อยๆ แต่ติดอยู่ในใจนานๆก็พอ...
หรือ...
วันดีคืนร้าย คับข้องหมองใจมาก ก็ อาบน้ำ ล้มตัวลงนอน กดโทรศัพท์หาอุ๋ยเพื่อนรัก คุยกันได้เป็นวักเป็นเวร (คิดถึงแกอยู่นะแม้กระทั่งตอนนี้)
ทำให้พลังในการ up blog หรือเรื่องราวที่อยากบอกเล่าหมดไป บางทีก้พาลอยากเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว (ไม่เปิดสู่สาธารณะชนดีกว่า- -)
แต่....เมื่อคืนมีเหตุอยากให้ share ความรู้สึก ความคิด ผ่านเพื่อนพ้องน้องพี่ที่แวะมาอ่านที่ blog ข้าพเจ้านี้
เหตุการณ์สถานที่เมื่อคืน...ที่เกิดขึ้น
บางคนอาจจะไปมา
บางคนอาจจะไม่ได้ไป แต่รู้ว่ามี
บางคน...อาจจะไม่รู้อะไรเลย...
เราเป็นคนอย่างแรก...
เป็นคนที่ไปมา...แต่เป็นคนที่ไปมาแบบว่าได้ "บัตรฟรี"
เหตุการณ์สถานการณ์เมื่อคืนที่ว่า ก็คือ jazz festival ที่สนามเสือป่า - - คนละอันกับ jazz royale นะจ๊ะ
งานนี้ให้จ่ายตังค์เอาเองอาจจะต้องขอเอาตีน (ขอโทษที่ไม่สุภาพ แฮ่ๆ..) ก่ายหน้าผากคิดแล้วคิดอีกก่อนนะ
บางคนอ่จจะบอกว่าไม่แพง บางคนอาจจะบอกว่าถูกแสนถูก
แต่....
สำหรับเรา ผู้ไม่ช่ำชอง ผู้ไม่เคย ฟังราคาแล้วเห็นาแพงยิ่งนัก
เป็นบุญบามีอยู่โขที่ได้บัตรฟรี (ลาบปากอีกแล้วพี่น้อง อิอิ..)
ถามพี่ที่ไปด้วยว่าบัตรขายอยู่เท่าไหร่ ระหว่างจะเดินเข้างาน
1,200 บาท อ่านว่า หนึง-พัน-สอง-ร้อย-บาท
wow!!!...oh my god!!!
ปฏิเสธไม่มาคงจะเสียดาย (บัตรฟรี)จริงๆซะด้วยสินะ
เราเผลอบ่นออกไปว่าทำไมแพงจัง ถูกพี่ที่พาไปสวนกลับมาทันควันว่า " พี่ว่าออกจะถูก..."
เออ...เหอๆๆ คือ พี่เค้าไม่ได้ร่ำรวยหลอกนะ แต่ว่าเค้าเป็นนักดนตรี ถึงขั้นเคยออกอัลบั้มขายในนาม sony แล้วเนี่ย
เค้าบอกว่ามันไม่แพงเลย ถือว่าคุ้มค่ามากๆๆๆ...
อย่างว่า ถูกแพง ใครกำหนด...อยู่ที่ประสบการณ์มากกว่า customer expereience และความพึงพอใจของผู้ให้กับผู้รับ
อย่างที่แม่ค้าในเนปาลบอกว่า
you are happy
i am happy
we are happy...
(จากหนังสือ เนปาลประมาณสะดือ โดย นิ้วกลม)
ก็ โอเค๊ โอเค๊...อะมิโนโอเค (เอีย!! ม่ายช่าย)
อืม....สงสัยจะอย่างงั้นมั๊ง อย่างที่พี่เค้าบอก...คงถูกมั่กๆ
เพราะขนาดบัตราคาแบบนี้ ที่จอดรถตรงงานสวนอัมพรดูเล็กไปถนัดตา เพราะว่าเต็ม และก็หาที่จอดกันแทบไม่ได้เลย....
ที่สำคัญ รถยี่ห้อหรูๆก็มากันเพียบ
นี่ขนาดว่าเข้าไปในงานเสียเงินค่าตั๋ว และไปหาที่นั่งเอาเองนะ ...
ก็งานมีให้แต่พื้นหญ้าเขียวๆและก็ชื้นน้ำค้างหน่อย ...อืม...
ลืมบอกไปน่ะค่ะว่าช่วงนี้ กทม. ยามค่ำคืนน่ะเย็นแล้วนะเจ้าคะ (*^_^*)
(เมื่อกี๊ฟังข่าว คุณสรยุทธบอกว่าภูกระดึงที่ข้าพเจ้าไปมาเมื่อหยุดที่แล้ว ประมาณ 8 องศาแล้วอ่ะ)
บรรยากาศในงาน ถือว่าทำได้ดี ร้านรวงข้าวของให้บรรยากาศแบบ heineken สาวๆ pretty หน้าตาน่ารักมากๆ
แต่อดนึกสงสัยไม่ได้ว่า จะหนักและจะหนาวกันมั๊ยน๊ะ???
เพราะน้องๆเล่นพากันเดินๆขายเบียร์ถือกันเป็นกล่องๆ แขนเสื้อเปิดไหล่ ขนาดเราใส่ sweater ยังรู้สึกเย็นเลย
ถ้าไม่เห็นด้วยตาตัวเอง ไม่รู้ว่ามางานอย่างนี้มันเหมือนมา picnic ดีๆนี่เอง
นั่งคุยก่ะพี่ที่ไปด้วย เราเห็นพ้องต้องกันว่า คนมสฟัง jazz จิงๆ คงมีไม่ถึงครึ่ง
แต่มากกว่านั้นคงมาเอาบรรยากาศมากกว่า
เราเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเพลง jazz ตั้งใจฟังมากก็ปวดหัว แต่สร้างบรรยากาศได้ดีเยี่ยม
เราเลยได้เห็น แต่ละกลุ่ม หอบเอาเสื้อ โตะญี่ปุ่น หมอนใหญ่ (น่านอนมากกก) เทียนลอยน้ำ และ ไวน์ มาจัฉากกันอย่างสวยงาม
ก็...คนฟัง jazz ก็คงเป็นพวกรสนิยมดี ชอบดื่มไวน์อ่ะนะ คิดว่างั้น
เรานะเหรอ...???...ไม่ได้เตรียมอะไรไปเลย
นอกจากกระดาษหนังสือพิมพ์และน้ำเปล่า (ที่เพิ่งซื้อหน้างานเมื่อกี๊)
ไม่ๆๆๆ...เราไม่อิจฉา....
แต่...นานๆไป เราเริ่มอิจฉา....(โรคเก่ากำเริบ 555)
ก็ เราเริ่มเมื่อย...ตูดเราเริ่มแฉะอ๊ะป่าว..??...เราเลยอิจฉาเค้า ...
ชวนพี่ที่ไปด้วยกัน ไปหาซื้อไรกินดีกว่า หลังจาก kenny G เล่นเพลงพระราชนิพนธ์จบลง เพราะมั่กๆ..คนปรบมือกันเกรียว
หลังจากนั้นเป็นสาวเกาหลีมาร้องเพลง แบบว่า..ชอบๆๆๆๆ....เคยได้ยินมาก่อนแล้ว เธอร้องได้เหมือนกับเปิด CD เด๊ะ..
เนี่ยแหล่ะน๊า ที่เค้าว่าคุณภาพของจริง..
จากเพลงนักร้องเกาหลีเนี่ย..ทำให้เรารู้ว่า เราชอบเพลง jazz แบบ bossanova
เพราะหันไปบอกกับพี่ที่มาด้วยกันว่าแบบนี้ๆชอบๆๆ
พี่นักดนตรีเลย lecture ใหญ่ ว่าเป็นแบบ bossanova จ้า.....
อ้อ...bossanova จะจำไว้ค่ะ ได้ยินมานานแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร งัวเจงๆๆๆ (- -!!)
เมื่อนักร้องเกาหลีร้องจบ งานก้เริ่มเคลื่อนเข้าถึงจุดเกือบสุดท้าย...แล้วก็จบลง
หึๆๆ....จบลงแบบง่ายๆเลยเหรอเนี่ยน่าจะทิ้งความอลังการหน่อย
มันจบลงในขณะที่เราไปเดินซื้อ popcorn เนี่ยนะ!!!... ยืนหม่ำกันหน้าตู้ได้ไม่เท่าไหร่ คนลุกกันหมดละ
อะไรเนี่ย เล่นเอางง...
แต่ก็โอเค...ได้ๆไม่มีปัญหา ก็มันเที่ยงคืนแล้วนี่นา ไหนจะต้องทำงานวันพรุ่งนี้เช้าอีก (แงๆ วันจันทร์อีกแล้ว)
ก่อนกลับ....ชวนกันไปไหว้เสด็จพ่อ ร.5 เด็กๆมาตื๊อขายดอกไม้กันอยู่นั่นแหล่ะ...
มีความอดทนกันดีจัง แต่ก็ขายไม่ได้กับเรา เพราะเรานิยมไหว้ด้วยใจ
ไม่รู้จะขออะไรนี้นา
ไม่ใช่นะ ไม่ใช่....ไม่ใช่ว่า perfect หรอก
ปัญหาก็มี ถาโถมเหมือนกัน
แต่บางทีปัญหาก็ทำให้เราโตขึ้นไม่ใช่เหรอ???.....
" คิดน้อยๆ อย่าคิดมาก.....ขอพรได้แต่ต้องทำด้วยนะ !!!.."
อิ่มจัง
ชีวิต คือ...การเดินทางสวัสดีค่ะ
บ้าพลังอ่านหนังสือ จบไปแล้ว 3 เล่ม
แต่....
เป็นสามเล่มที่อาจจะไม่ได้ประเทืองปัญญา โดยตรง
แต่...
ก็ให้ความสุขเล็กๆน้อยๆ และมุมความคิดได้มากขึ้น
อ่านแล้วมีพลัง อ่านแล้วมีกำลังใจ อ่านแล้วอยากแบกเป้สะพายขึ้นหลัง ออกจากประตูห้องแคบๆนี้ซะเลย...
หลังจากได้มีโอกาส อ่าน "สองเงาในเกาหลี" ของ " คุณ ทรงกลด บางยี่ขัน" ที่แอบได้ลายเซ็นต์มาโดยไม่ได้รู้เนื้อรู้ตัวหรือเห็นค่าเลย
แต่.....
เมื่ออ่านจบลงไปแล้ว
อยากจะย้อนเวลากลับไปวันนั้น (ถ้าทำเหมือน buterfly effect ได้ก็คงดี --สามารถย้อนไปเหตุการณ์ตอนนั้นได้เพียงแต่มองรูปและเวลาจะกลับไป)
อย่างที่บอก ...
ย้อนเวลาได้ อยากจะเดินไปหาเค้าใกล้ๆ ยื่นหนังสือที่ซื้อและจ่ายไปเมื่อกี๊ด้วยเงินตัวเอง ไปให้ ทรงกลดเซ็นต์เอง และอาจจะลองดีของนั่งคุยเพื่อจะได้รู้อะไรมากกว่านี้
มากกว่าที่จะให้น้องหน้าตาดี เด็กเชียร์หนังสือ (แต่ไม่ใช่เด็กเชียร์เบียร์) เป็นคนส่งผ่านไปให้ทรงกลดเซ็นต์ ด้วยอาการของเราที่อยากจะบอกว่าไม่ต้องเซ็นต์ก็ได้น้อง
แต่ไม่ยังทันพูดออกไปน้องหล่อ (หน้าตาตี๋ขาวพีมพ์นิยม) ก็ส่งหนังสือ คืนมาให้เรียบร้อย พร้อมลายเซ็นต์และรูปวาดประกอบ
พร้อมคำแนบติดข้างใน ที่อ่านตอนนั้นแล้วเลี่ยนชิปเป๋ง
แต่....
เมื่ออ่านหนังสือ สองเงาในเกาหลีจบ...กลับมาอ่านประโยคนั้นอีกที...
อยากบอกว่า...romantic โคตรๆๆๆๆ...
หน้าตาไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ทรงกลดได้คะแนนนำไปแล้ว ด้านความ romantic...
ทรงกลด เรียกอย่างนี้ผู้อ่าน (blog) คงสงสัยว่าใคร???
อยากจะขยายให้มากกว่านี้ บางคนอาจจะร้องอ๋อ...แต่อีกบางคนก็ยังคงมึนอยู่
ไม่เป็นไรมึนต่อไปก็ได้ไม่--ไม่ว่ากัน
ทรงกลดเป็น บก.นิตยสาร a day...นิตยสารเด็กแนว แนวปานกลางถึงมาก...อ๋อกํนแล้วรึป่าว???
...อืม..
เขียนแค่นี้ดีกว่า เพราะว่าไม่ได้ตั้งใจจะมาเล่าอัตชีวประวัติ ทรงกลดซะหน่อย
แต่ต้นเหตุของเรื่องไม่ใช่ ทรงกลดซะทีเดียว
แต่...ทรงกลดก็มีส่วน
มีส่วนที่ทำให้ เริ่มอยากอ่านการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ แต่ที่สำคัญต้องเป็นแนวเขียนแบบนี้ด้วย
แบบนี้ แบบไหน???....สงสัยอีกแล้วสิ...
ก็แบบที่ทำให้โลกใบเล็กน่าอยู่ขึ้น
แบบที่ทำให้ความเรียบง่าย คือสิ่งที่สวยงาม
แบบที่ให้ความสำคัญระหว่างทางมากกว่าจุดหมาย
แบบที่ทำให้เพื่อนร่วมทางมีค่ามากยิ่งกว่าเพื่อนร่วมทาง
แบบที่ทำให้เพียงสิ่งไม่มีค่า ดูมีความหมายและมุมมอง
แบบที่ไม่มีใน guide book ทั่วไป....
ขนาดว่าเกาหลีเคยไปเที่ยวมาแล้ว และไม่ประทับใจ อ่านของทรงกลด ยังอยากจะ pack กระเป๋าไปอีกรอบ ถ้าไม่ติดงานและติดเงิน (อันหลังสำคัญมากกก)
ในเมื่อไม่มีโอกาส เลยหาโอกาสอย่างง่ายๆเอาเอง
เคยได้ยินหลายคนพูดถึง " นิ้วกลม "....
......
นั่นแน่!!!
เคยได้ยินมั๊ย???
ถ้าไม่รู้จักอีกที สงสัยรับประกันได้ว่าคุณอาจจะม่ได้เป็นแฟนclub "a book" หนังสือในเครืองของ a day แล้วล่ะสิ
นิ้วกลม...เป็นนามปากกา ของหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรง (มั๊ง) ที่มีงานเขียนเป็นเอกลักษณ์ (อ่านแล้วรู้สึกว่าคล้ายๆ ทรงกลดอยู่บ้าง ด้านมุมมอง)
นิ้วกลม เป็นเจ้าของหยังสือหลายเล่ม ไม่ว่า
โตเกียวไม่มีขา
กัมพูชาพริบตาเดียว
เนปาลประมาณสะดือ
อิฐ
ซึ่งล้วนแต่ best seller ทั้งนั้น (ในหมู่กันเอง แบบคน nichๆๆ อ่ะนะ..)
ร่ายมานาน........
คงงงว่าสรุปแล้ว ซื้อหนังสืออะไรมาอ่าน อ่าน 3 เล่มแล้วเกิดหลังอย่างที่ว่า
2 ใน 3 ขอบอกว่า เป็นหนังสือจาก "นิ้วกลม"
" นามว่า...กัมพูชาพริบตาเดียว และเนปาลประมาณสะดือ "
อ่านแล้วไม่อยากจะเชื่อว่า กัมพูชา ที่เราคอยปฏิเสธคนมาชวนหลายต่อหลายคน มันมีเสน่ห์ได้ขนาดนี้
อ่านแล้วไม่อยากจะเชื่อว่า เนปาล สวยงามและธรรมชาติยิ่งใหญ่ได้เพียงนี้
นึกฮึกเหิม อยากจะไปปีนขาวตามแบบนิ้วกลม 3-4 วัน เพื่อไปชม ยอดเขา everest ที่พ้นเหนือเมฆ มาให้เห็นที่ " ปุนฮิลล์ "
นึกฮึกเหิม เพียงแค่คิดว่า "ภูกระดึง" ยังเดินได้ นับประสาอะไรกับ "เนปาล"....(แต่ค่าเดินทางไปภูกระดึงกับไปเนปาลนั้นมันละเรื่อเลยนะเนี่ย!!)
เมื่ออ่านหนังสือจบ ทำยังไงดี
พลัง young at heart แบกเป้ ท่องเที่ยวแบบไม่ต้องอยู่ในตารางของทัวร์ยั่วยวนหัวใจน้อยๆของเราอยู่โข
สงสัย ปีหน้าฟ้าใหม่ ต้องวางแผน การงาน การเงิน ดีๆถึงดีมากๆ
บางอย่างเค้าบอกว่า มีเงิน มีเวลา แต่ไม่มีแรง
หรือ มีแรง แต่ไม่มีเงิน ไม่มีเวลา
สงสัย ต้องทำให้สองบรรทัดนี้มาเจอกันแบบ มีเงิน มีแรง มีเวลา...เพื่อ เนปาล และกัมพูชา!!!
ทำไงได้ล่ะ ...ก็...อยากไปโคตรๆๆๆๆๆ
อิ่มจัง
December 04 ไป barley..แง่มๆๆ
พรุ่งนี้หยุดวันพ่อค่ะ วันนี้เลยไปเริงร่าลัลล้าได้ สบายใจเฉิบก่อนจะกลับมาทำงานอีก สองวันและก็จรลีไปภุกระดึงเนอะ
เดี๋ยวว่าหลังจากฟังนายหลวง ตอนสองทุ่มเสร็จ ก็จะออกไปทานข้าวก่ะเพื่อนแอร์จอมป่วนที่เพิ่งจะโผล่หน้าอันสวยงามมาให้ยลกัน
หลังจากไปพัทยากันมาหยกๆ ก้หายตูดเข้ากลีบเมฆ งานนี้ กลับไปสมรภูมิรบที่เดิม
barley ครับพี่น้อง ที่รวมพล พลพรรค คนรักนักไวโอลิน
หุหุ
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไปเรียนเลยอ่ะ แต่เบื่อละไม่เรียนแล้วล่ะ ทำงานหาเงินเดีกว่า
ไว้ไปฝึกเองก้ได้ม๊าง
เอ....คิดว่าคงไม่ได้หรอกมั๊ง ง่าๆๆๆๆ
ไปอ่านหนังสือก่อน ระหว่างรอนายหลวงกล่าวออกทีวี และก้รอราชรถมารับ หุหุ
หิวอ่า ว่าแต่จะกินไรก่อนดีน๊า....
ไปละ
บ๊ายบาย
ปล. พรุ่งนี้วันพ่อนะ อยาลืมบอกรักพ่อล่ะ พรุ่งนี้เราก้จะไปหาพ่อเหมือนกัน พ่อมาทำงานที่ กทม. พอดิบพอดีเลยอ่ะ เย่ๆๆๆ happy dad's day
What Makes a Dad
December 03 zatura...นั่งดู zatura นึกถึงตัวเองสมัยเด็กๆ พี่น้องทะเลากะกันนี้เป็นเรื่อง classic ของเด็กๆซะจริงๆเลยเนอะ
สมัยก่อน ไม่รู้หาเรื่องอะไรมาทะเลาะกันได้ทุกวัน จำได้ว่า ตื่นมาก็เอาหมอนข้างเป็นอาวุธคนละอันยืนฟาดฟันกันอยู่บนเตียงคนละฝั่งแล้วง่ะ
บางทีก็วิ่งไล่จับกัน เอาเป็นเอาตาย คนที่ถุกไล่ก้กลัวซะไม่มีดี ถึงตอนนี้กลับมานั่งคิดว่ากลัวอะไรกันจะขนาดนั้น แล้วถ้าจับได้แล้วไงเหรอ..อืม น่าคิดๆ
เด้กๆก็งี๊แหล่ะเนอะ.....นึกถึงวันวานจิงๆ
ดูzatura พี่น้องเด็กผู้ชายสองคน ถึงแม้ว่ากัดกันแต่ก็ยังแอบรักกันเนอะ น่ารักดีอ่ะ บางทีเด้กผู้ชายถ้าไม่ให้โตก้คงจะดี
เหมือนแม่ชอบบอกว่าน่าจับ สต๊าฟซะนี่ หรือไม่ถ้าดื้อมากๆ เถียงมากๆ แม่ก้จะบอกว่าน่าเอาขี้เถ้ายัดปากตั้งเด้ก อิอิ
สงสัยแม่คงหาขี้เถ้าไม่เจอ ตอนนี้ปาเข้าไปจะ สามสิบแว้วอ่า
แฮ่ๆๆๆๆ
zatura zatura
im chan
|
|
|