| pongpanor's profile•°o.O+*¨^¨*+ `·.¸¸.·Welc...PhotosBlogLists | Help |
|
August 31 หม่ำๆๆๆ การรอคอยที่ยาวนาน....ได้สิ้นสุดลงแว้ว
ปฏิบัติการสำเร็จไปอีกอย่างแล้ว เย่ๆๆๆๆ
แต่ต้องใช้ความอดทนสูงมากเลยอ่ะ งานนี้
กว่าจะได้ไปกินกุ้งอบวุ้นเส้นกัน ก็รวมตัวกันเป็นปีกว่าจะสำเร็จ งานนี้พกพาตัวและหัวใจไปกัน 9 ชีวิต
นำทัพด้วยหัวหน้าทีมเรา คือพี่ต้อมนั่นเอง หุหุหุ....กินกันอีกแล้วเนี่ย
พวกเราขนกันออกจากที่ทำงานทุ่มหน่อยๆ ไปถึงร้านทุ่มกว่าๆเพราะก้ไม่ได้ไกลมาก
แต่ขอบอกว่า สามทุ่มครับท่านกว่า หอยจานแรกจะมาตกถึงท้อง และพักอีกเกือบ 20 นาที
กุ้งและปูอบวุ้นเส้น เมนูสุดฮิตจะตามมา ไม่เข้าใจว่าทำอะไรกันนานนักหนาขนาดนี้ เห้นแล้วอยากจะไปทำระบบให้ใหม่จิงๆเลย
เพิ่ม line การผลิตมากกว่านี้มีหวังคงรวยเละอ่ะ
แต่ยังไงก้แล้วแต่ค่ะ พวกเราก้กินกันไปตั้ง 8 หม้อ แน่ะ ตามด้วยหอยอีก 4 จาน และก็โรตีอีก 1 ครับทั่น อร่อยถูกใจจิงๆ
สรุป...แม่ช้อยนางรำ...ขอแนะนำ แต่ว่าถ้าไม่อยากไปรอ ควรไปดึกๆหน่อย สามทุ่มไปก็ดีนะ ร้านอยู่เจริญรัถ น่ะค่ะ หาไม่ยาก แบบว่าร้านข้างถนนที่มันยาวๆ
คนรอกันแน่นๆประมาณนั้นน่ะค่ะ....คงจะไม่ไปอีกแล้ว กินกุ้งอบวุ้นเส้นทำให้กลับบ้านดึกเลย ห้าทุ่มแน่ะ
แต่...ขอบอกว่าที่นี่ น้ำจิ้มเค้าอร่อยนะ เพื่อนเราชมกันเกรียวเลย...ไว้ไง.มีโอกาสก้อย่าลืมไปกันนะจ๊ะ
bye bye
im chan
August 30 มาแว้ว...หวัดดีค่า
หายไปนานเลยใช่มั๊ยล่ะ
ก็ไปนู่นไปนี่มา...ไม่ค่อยมีอะไรมากมายเท่าไหร่หรอกค่ะ
นอกจากทำงาน กิน และก็เที่ยว ....แบบว่าชีวิตก็มีเท่าเนี๊ยเนอะ...ฟามสุขเล้กๆน้อยๆของอิ่ม
ที่ผ่านมา เมื่อวันเสาร์ ไป dream world มาน่ะค่ะ
สนุกสนานเฮฮา party ยังไง พงษ์พนอ ก็ยังชอบสวนสนุก เหมือนเดิม
ชอบมั่กๆ โดยเฉพาะ viking ... มันส์จิงๆ....ได้เข้าบ้านหิมะด้วยนะ หนาวมาก บรึ๋ย!! ถูกเหวี่ยงซะกรี๊ดแตกอยู่คนเดียว ตอน slide ลงอ่ะ
ส่วนเมื่อวานก็ไปหม่ำ ร้านอาหารทะเลโปรดข้างทางที่ เยาวราชอีกแว้ว
ต่อด้วย .....บัวลอยน้ำขิง ที่กินแล้วนึกถึงเพื่อนแอร์ mars สาวสุดสวย...(ไว้กลับมาไปกินกันนะเพื่อนนะ)
ส่วนวันนี้ ไปกระทรวงพาณิชย์ ที่สนามบินน้ำมาเมื่อเช้า.. ต่อด้วยประชุมที่ทำงานขางบ้าน และก้กลับ้านมานอนต่อเอาแรง เพราะว่าก่ะว่าจะทำงานดึกแหล่ะ
ง่ะ ง่ะ ง่ะ ....ก้จะไปเริ่มงานแล้วล่ะนะ....
มาบอกเท่าเนี๊ย เดี๋ยวจะหานว่าเราไม่มา up 555
ไปแล้วล่ะค่า
อิ่มจัง
August 25 ....เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยจิงๆด้วย
มีทุกฤดูเลยอ่ะในหนัง season change คนดูเต็ม โรง..พอหนังจบ คนงี๊ปรบมือกันเชียว
ชอบน้องพระเอกน่ารักอ่ะ....ชอบเพื่อนพระเอกด้วย กวนๆดี...
พอหนังจบเค้าก็มีช่วง Q & A ด้วยนะ ..ให้ถามไรนักแสดงก่ะผู้กำกับก็ได้
หลังจากที่ฟังเหล่าๆนักแสดงร้องเพลง ไป 3 เพลง ด้วยอารมณ์ลุ้นให้ร้องให้รอดเถิด....
ดูแต่ละคนไม่ได้ตั้งใจกันเท่าไหร่เล้ย....เฮ่อ..เด็กๆทั้งหลาย
แต่ยกความดีให้หนัง..
คาดว่าคงถล่มทลายอีกแล้วรับทั่น..
ยังอยากดูอีกรอบเลยอ่ะ....(โปรโมทอีกแล้นเนี่ย)
....................
ขากลับ รบเร้าให้คนพาไปส่งบ้านเปิด seaason change อ่ะ....ก่ะว่าจะ in ต่อซักกะหน่อย
แต่...ก็ไม่มี..เปิด พี่แมวguitar man ซ๊างั้น...รู้ตัวทราบแล้วเปลี่ยนนะฮับ..แฮ่ๆๆๆ
แต่โชคดีได้ always หนังประทับใจประจำปีครับทั่น...ขอบคุณนะจ๊ะ...แล้วจะดูอีกรอบน๊า
คราวนี้ไม่รู้ว่าดูแล้วจะร้องไห้เหมือนคราวที่แล้วอ๊ะป่าวเนอะ...
...........................
กลับห้องมาก็ห้าทุ่มกว่าๆแล้วอ่ะ ง่วงมากๆเลยเนี่ย แต่พออาบน้ำเสร็จก็ตื่นเล็กน้อยถึงปานกลาง
แต่คาดว่าคงจะสลบไสลในไม่ช้า ก็จะไปนอนพอดี..แต่พี่เอ็มพักเบรกไปอาบน้ำอาบท่าหลังจากเล่นคอมพ์มานาน
เลยมีโอกาสมาสวมแทนซักแป๊บ....เดี๋ยวจะหมดอารมณ์เม้น season change ซะหมด....
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย....
จิงๆนะ....
ตอนนี้ชักจะไม่สบายอีกแล้วอ่ะ แสบคอ....
ไปนอนละนะ
nite nite
im chan
ป.ล. ดีใจจังวันนี้หลอกล่อให้ milke เป็นที่ปรึกษางาน forecast trend ให้ หลังจากดำน้ำแล้วไม่รอด..
ดู mike กระตือรือร้นน่าดู...รู้งี๊บอกตั้งนานก็ดี!!! หุหุ...ฝรั่งอาร๊าย...มารับ project เค้ายังจะมาช่วยงานเค้าอีก....
ถ้าไม่ติดว่า mike อายุเกือบพ่อแล้ววนะ...จะชวนไปเลี้ยงข้าวซักมื้อ 5555
ขอบคุณนะ mike..ไว้เจอกันพรุ่งนี้เที่ยง..ว่าแล้วเดี๋ยวเอา note book ไปด้วยดีกว่า...
จะได้มีโปรแกรมทำงาน...งั้นไปเตรียมของและก็ไปนอนก่อนนะ
nite niteอีกที...จ้า...(*^_^*)
August 23 r u handsome???ใครหน้าตาดียกมือขึ้น..โย่ๆๆ
โอ๊ย..เบื่อ blog space จิงๆให้ตายเหอะ
นับวันยิ่งปั่นป่วน ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจไปกันใหญ่..หงุดหงิด งุงิงุงิ
เมื่อวานไปดู running boy พร้อมหม่ำ สปาเกตตี้ร้านประจำมาค่ะ มีความสุขสุดๆเลยอ่า...
ไม่ได้กินตั้งนานแล้ว และก็ running boy ก็ work ดีด้วยแอบร้องไห้ไปบางหยดแหม่ะๆๆๆ
คนไปดูด้วยยังไม่รู้ตัวเลยง่ะ...ไม่สนุกรึงาย..มีเดินออกไปเข้าห้องน้ำระหว่างดูด้วยง่ะ...ทำได้งายเนี่ย...เสียดายแทน อดดูซึ้งๆๆๆเลย....สม!!!
หลังจากดูหนังจบขากลับระหว่างจะเดินขึ้นรถไฟฟ้า บังเอิญได้ไปอยู่ในเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
แบบว่าคนเค้าจะตีกันน่ะค่ะ....
อะไรน่าเสียดาย ผู้ชายก็หน้าตาดี แบบว่าน่าจะเป็นนายแบบได้ไม่ยาก ทำไม๊-ทำไม คุณน้องขา อารมณ์มันน่ากลัวขนาดนั้น
แค่ taxi ขับปาดหน้านิดเดียว คุณน้องถึงกับเปิดประตูลงมาตะโกนด่า พร้อมขว้างรองเท้า (ฟองน้ำสีดำ--แต่ขับ jazz)..
ไม่รู้ว่าไอ้การขว้างรองเท้าเนี่ย กะลัง in trend อยู่อ๊ะป่าว แบบว่าเลียนแบบพี่น้อยวงพรู ก่ะพี่เสกโลโซที่มีข่าวมาหยกๆ...
เจ๊อิ่มจังอยากบอกว่า...ไม่ดีนะคะคุณน้องขา...
ส่วนเจ้า taxi ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเล้ย ขับไปจะส่งผู้โดยส่าร
ไอ้บ้าหน้าตาดีก็วิ่งเอารองเท้าแตะขว้างตาม.... ไม่วายไม่สะใจน้องเค้า หยิบเอากรวยสีส้ม มาข้ว้างใส่รถเค้าซะงั้น...
แล้วไงล่ะคะ .....
พี่ taxi ก็ลูกผู้ชายตัวจริงกระทิงแดง นี่นา..พี่แก...คงทนไม่ได้เหมือนกัน เปิดประตูรถลงมา ..ไอ้น้องหน้าตาดีก็วิ่งเข้าไปด่าหยาบๆคายๆ พร้อมจะเข้าไปต่อย
แต่โชคดีค่ะที่พี่ taxi เค้าไม่ใจร้อนเท่าน้องเค้าซะเท่าไร (หรือว่าเห็ฯว่าตัวเองตัวเล็กกว่าเค้าก็รู้ได้)
ก็เลยได้แต่ทำเหมือนหมาที่มองหน้าและขู่ฟอดๆกันไปมาน่ะค่ะ...ท่ามกลางฝูงไทยมุงที่ถึงก่ะอึ้ง
คิดดูสิ...ก็ตอนนั้นมันราวๆเกือบ 2 ทุ่ม หน้า central world ตรงแถวโรงแรมนารายณ์น่ะค่ะ......คนเยอะ รถเก็เยอะ ยืนดูกันตะลึงไปเลย.....
หลังจากทั้งสองได้ขู่ฟอดๆแล้วเนี่ย พี่ taxi ก็กลับเข้าไปนั่งขับรถออกไปเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น
ส่วนน้องที่หน้าตาดี (เอ..ย้ำบ่อยเกินไปป่าวเนี่ยอ่า..)..ก็เดินด่าหยาบๆคายๆกลับมาที่รถ jazz ของตนต่อไป.....
ระหว่างนั้นเราก็พยายามเป็นไทยมุงคอยาว ยืดชะเง้อดูว่ามในรถน้องเค้าน่ะมีสาวด้วยป่าว..เพราะถ้ามีสาวนะ เราว่าถึงจะหน้าตาดีแค่ไหนมีสิทธิ์ถูกเกลียดได้
คนไรหน้าตาดีแต่นิสัยแย่มาก....แบบว่าหน้าตาไม่ช่วยอะไรเลย งี๊ถ้ามันมีแฟนนะสงสัยคงจะตบ-จูบๆ แน่ๆ....โชคดีไปที่มันมาคนเดียว อิอิ
หลังจากสนใจเรื่องชาวบ้านได้หอมปาดกหอมคอ พวกเราไทยมุงก็สลายตัวกันค่ะ.....แยกย้ายกันไปทำมาหารับประทานกันต่อ.....
และเรื่องไทยมุ่งเรื่องที่ 1 ก็หมดไป.....
ตกดึกค่ะ เพื่อนที่ไปดูหนังด้วยโทรมาบอกว่า ....
ระหว่างขับรถกลับบ้านผ่านแถวราชเทวี เกือบจะชนคนเข้าให้ เพราะอยู่ๆก็วิ่งตัดหน้ารถมันเฉยเลย..
เกือบไปแล้วเพื่อนเรา....เมื่อเย็นไปมุงเค้า ตกดึกเกือบถูกเค้ามามุงซะงั้น...
ปรากฎว่าเพื่อนเรายังไม่ทันจะด่าไอ่คนปาดรถแบบน้องหน้าตาดีทำ (เพราะเพื่อนเราหน้าตาดีกว่า แถมนิสัยดี 555...จ่ายเงินชั้นมาด้วย)
พลันเพื่อนเรามองไปเห็นข้างทาง
พบ....
พบรถเมล์เขียวคว่ำแอ้งแม้งอยู่ข้างทางตรงไฟแดง....เอาอีกแล้ว..มันเอาอีกแล้วครับท่าน
ไอ้รถเมลล์ปีศาจ มันทำประชาชนเดือนร้อนกันอีกแล้ว..
จากที่แหล่งข่าว---เพื่อนรายงาน บอกว่า ...ตอนนั้นฝูงชนชาวเมลล์ พากันตะเกียกตะกายออกจากทางหน้าต่างกันอย่างหวุดหวิด
แล้วไอ้ที่วิ่งตัดหน้ารถเพื่อนเราไปก็คือ พลเมืองดี ที่จะไปช่วยประชาชนผู้บาดเจ็บกัน.....ฟังแล้วสลด สงสารอย่างหนัก แต่ทำไรไม่ได้
(กะลังเพิ่งอาบน้ำเสร็จอยู่จะแตงตัวออกไปช่วยก็คงจะไม่ทัน--ทำเป็นพูดๆๆๆ)
นึกได้แต่บอกเพื่อนไปว่า ดีแล้วทีไม่ขับไปชนเค้าเนี่ย....
แล้วเราก็ถามว่าไปช่วยเค้าป่าวล่ะ.....
เพื่อนตอบว่า
.....
ไม่...
แป่ว!!...
ทำไมอ่ะ..หน้าตาดี..แต่ใจร้ายอีกละ....(- -!!)
อะไรฟะเนี่ย..วันนี้คนหน้าตาดีนี่มันยังไงกันเนี่ย????.....
(แค่แซวเล่นเองน๊า..กิ๊วๆๆๆ)
im chan
season changeเย่!!!
พฤหัสจะได้ดู season change แล้ว....
ไม่ต้องบอกก็รู้ รอง preview อีกแล้วอ่า.....
บอกกันให้รู้ไปเลยดีกว่า ก่อนหลายคนจะสงสัย
ก็หลานของหัวหน้าเราเค้าทำงานโรงหนังไง มีอะไร preview เลยได้ดูประจำ อิอิ
แอบติดสอย ห้อยตาม
ไงก็....
สุดท้ายนี้
อย่าลืมนะคะ....อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย....
" เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย "
season change
im chan August 22 อยากไปเยาวราชอีกวันก่อนนู้น....
บังเอิญไปอ่าน blog นู๋นุ้ยเข้า ได้ข่าวว่าดู totoro มา ...
ว่าไปการร์ตูนเรื่องนี้น่ารัก เราก็ชอบมากเหมือนกัน เป็นการ์ตูนที่ดูแล้วเข้าใจไม่ยาก ส่วนมากแล้วจะเป็นศัพท์เด็กซะเยอะ ทำให้อยากดูอีกอ่ะ
พอดีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไป เจเจ.....หลังจากที่ไม่ได้ไปนานมาก
พี่ที่พาไปเค้าบอกว่ามีร้านหนังแนะนำ เลยได้มาตั้ง 3 เรื่องซะงั้น..หนังเกาหลี 2 และก็ totoro อีกหนึ่งเลได้โอกาสมาเปิดดุอีกที น่ารักจังเนอะ....
ถ้าใครมีโอกาสก็ไปดูกันซะนะ totoro no tonari.....อ่อ...และก็อีกเรื่อง spirit away อันนี้ได้ ออสการ์การตูนด้วยนะ ถ้าจำไม่ผิดน่ะ
ส่วนหนังเกาหลีที่ก่ะว่าต้องเป็น running boy ที่อยากดูเนี่ย ใ
กลายเป็นว่าซื้อผิดซะง้น กลายเป็นหนังเรื่อง love fobia ไป แต่ว่าพระเอกคนเดียวกัน....เอ๋ออีกแล้วเราเนี่ย
พาลไปโกรธพี่ที่เค้าพาไปอีกนะว่าไม่ช่วยดูกันเล้น 55555
ส่วนอีกเรื่องคนขายแนะนำว่าซึ้งกินใจ....
เป็นหนังเกี่ยวกับนางเอกเป็นโสเภณี แล้วเป็น aids แต่ด้วยความรักที่พระเอกมีต่อเอแล้วไว่ยังไงเค้าก็ยังรักเธออยู่
แผ่นนี้คนขายบอกอีกแล้วครับท่านว่า ติด chart เกาหลี....
แต่เอามาดุได้หน่อยนึงเราก้หลับไปเลยอ่ะ อาจจะเป็นเพราะว่านอนดูมั๊ง ไว้ไงต้องลองดูอีกรอบถึงจะรู้ว่าซึ้งหรือไม่ซึ้ง
พูดถึงหนังก้เลยนึได้ว่าวันก่อนได้ไปดูหนังโรง.... แต่แอบฟรีอีกแล้วครับท่าน
เพราะเป็นรอบ preview เรื่อง snake in airplane หนังดู grade low low จากที่เคยเห็นอ่ะนะ
แต่ว่าไหนๆมันก็ฟรีแล้วนี่นา เพระว่าหัวหน้าเราได้บัตรฟรีมาจากญาติๆแกน่ะ หัวหน้าก็มีดีตรงนี้แหล่ะ 55 พวกเราประกอบด้วย 6 ชีวิต เลยตกลงใจไปดูกัน
....อืม...บอกไปก็ไม่เชื่อใช่ม๊า...ว่ามันดีกว่าที่คิด
ทำ effect ได้ดีมาก แล้วก็มันส์ตลอดเรื่องเลย ติดแต่ว่างูมันยั้วเยี้ยเยอะมากเลยล่ะ เห็นแล้ว...บรึ๋ยๆ...น่ะ.....
เรื่องราวมันจะเสนอเกี่ยวกับว่าพวกเค้าจะจัดการกับเรื่องเราวที่เกิดขึ้นบนเครื่องบิยได้ยังไงกัน เมื่อมีงูมายั้วเยี้ยกันซะขนาดนั้น
ดูแล้วหลายอย่ามันก้เวอร์.....
แต่พระเอกเป็น fbi ซะอย่าง ยังไงก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอ่ะนะ แต่คนตายเกือบหมดลำเท่านั้นเอง...
ก็งูพิษทั้งนั้นเลยอ่ะ....กับตันยังไม่รอด แต่แอร์ก่ะสจ๊วดรอดปลอดภัยดีซะงั้น
...อ่า....งงล่ะดิ ว่าแล้วเค้าจะเอาเครื่องลงยังไง.....
ถ้างั้นคงต้องไปดูเอาเองแล้วงานนี้ ...เอ...เรานี่ชอบเชียร์หนังเนอะ ค่าเชียร์ก็บ่ได้ซักก่ะแอ่ะ
--------------------------------------------------------
ขอบ่นอีกเรื่องหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าไม่ใช่อิ่มตัวจิง (อิ่มตัวจิงชอบบ่นนู่นนี่ อิอิ)
ช่วงนี้โทรศัพท์ที่ใช้อยู่อ่ะ ห่วยแตกมากเลย หมายถึงเครื่องนะไม่ใช่สัญญาณ เพราะอันนี้น่ะรู้ๆกันอยู่แล้ว...
แบบว่าคุยได้หน่อยนึงก็ตัด สงสัยจะได้เครื่องใหม่แล้วซะงั้นน่ะ....
ถึงเวลาเสียตังค์แล้วเหรอเนี่ย....แง่ะๆๆๆๆ....ยิ่งมะมีตังค์อยู่ด้วยเนี่ย
พูดถึงเรื่องไมมีตังค์ ....
วันก่อนไม่มีตังค์แต่ไปกิน seafood ที่เยาวราชมา...อร่อยมากๆๆๆๆๆ....จ่ายคนละ 300 กว่าๆๆๆ
ขนาดเงินไม่ค่อยมียังยอมเลยนะเนี่ย ให้ไปกินอีกก้ยอม อร่อยอ่ะ ปุเป็นปู กุ้งเป็นกุ้ง....ว่าแล้วก็อยากกินอีก.....
ป๊ะ!!!...ไว้เงินเดือนออกไปกินกันอีกดีกว่า...เดี๋ยวนี้จนขนาดนี้แล้วนะเนี่ยขอบอก เอิ๊ก...เงินมันหายไปไหนหมดฟะตรู!!!
(เดือนนี้ต้องจ่ายค่าประกันด้วยคงเป็นสาเหตุนึง แต่สาเหตุอื่นนังนึกมะออก)
ไปละดีกว่า รีบไปทำงาน จะได้รีบๆเสร็จเนอะ วันนี้ตอนเย็นมีนัดไปดูหนังด้วย
เดี๋ยวไปเช็คดูรอบก่อน ดีกว่า
ไว้ดูเรื่องไร แล้วเป็นไงจะมาเล่าสู่กันฟังอีกทีนะ
อิ่มจัง
August 20 once a pond a timehi dear...
can u figure out how long does it take from chiangmai to bkk?
if you guys said 1 hours it's absolutely wrong...
coz the suck orient thai airline gave me a big surprise and let me took the time for 5-6 hours...
damn!!!!...such a fucking airline...!!!
close your eye and back to the past with me from now....
once a pond a time...on tuesday night
.there's a girl who 'll be back to bkk...
on that day..it's the day she suppose to back to bkk after her long vacation during mother's day period is end--4 days as you know .
her arline ticket showe that the departure time is 8 pm thus,she's supposed to arrive to bkk at 9 pm...
she think it's the good time not too late or too early...
she can prepare manythings when she's already back bkk home for refresh herself to start working hard tomorrow morning...
but...the situation is changed...
while she's in que to check in ..
it take time nearly for 40 hours to wait untill it's her turn..
.the staff asked her about her luggage to load and give her a card of boarding pass without unforgot to confirm her seat no. and gate...
(all of this procedure are so common pattern ,right?)
..but moreover ,
the staff give her a big surprise and make her emotional fuzzy..
she can't no more claim any more after she heard the staff said ..
" you have to fly to chaingrai first ,then back to bkk later"
...the end....
no more any explain or any behavior to show that this suck ailrine feel deeply apologize theire customers at all.....
she ask the staff back what happened?
why she has to fly?...
all the answer she's got just the former flight airplane to chiangrai can not operate..that's it...
so, she had no choice coz this the latest flight on that day --the red eye...
she had to wait and wait....
while she is waiting she heard that there are a lot passengers don't know that they have to go to chiangrai first..
wow!!!...really suck...she suddenly think that she should sue to ส.ค.บ...สิทธิคุ้มครองผู้บริโภค..
because they didn't inform or declare all this situation to their customer at all...
besides,the customer are all charged in the full price but they service as customer ask something free form them.....
(nearly 2,000 baht /one way ticket)
so,she and all hundreads passengers have chance to on board 9.30pm ...
then fly to chiangrai for 20 mins
but the preparation for airline structure are all nearly 1 hours
afterthat ...back to bkk....
...at midnight....
and wait wait waitttttttttttt........ the luggage again for nearly 1 hour...
untill 1 am on the new day... it's her free time..to back home.
so awful...!!!!!
hurrr.....
this novel teach us that.........." low cost ailine also come with low quality...."
is this Thailand...no service mind??...money come service go...???
im chan
August 15 ชอบเพลงนี้...คำถามที่ต้องตอบ
....8 สิ่งอยู่ข้างใน ‘หัวใจ’ แม่ คงไม่มีคำจำกัดความใด ๆ สามารถบรรยายความเป็น “แม่” ได้หมดสิ้น ความรักทั้งหมดทั้งปวงในโลกนี้รวมกันก็ไม่เท่าความรักของแม่คนหนึ่งที่มีต่อลูก ความรักของแม่งดงามเหมือนดอกไม้ ยิ่งใหญ่ดุจศิลปะที่จรรโลงมนุษยชาติได้ด้วยสองมือกับหนึ่งหัวใจ ความรักของแม่ยิ่งใหญ่กว่าท้องฟ้าอย่างที่เคยว่าไว้ตอนเด็ก ๆ คุณเองก็รู้ดี หากดอกมะลิจะทดแทนความหมายความรักของแม่ได้ นั่นก็เพราะดอกมะลิเป็นดอกไม้ของความบริสุทธิ์ ผุดผ่อง และอ่อนโยน แทนความหมายว่า “เธอคือผู้ที่ฉันสุดรักสุดบูชา” หรือ “เธอคือดอกฟ้าผู้สง่างามและสูงส่ง” และคุณก็อาจไม่เคยรู้ว่าข้างในหัวอกของผู้เป็นแม่นั้น นอกจากบรรจุแน่นด้วยความรัก ความปรารถนาดีแล้ว ยังมีความรู้สึกที่มีต่อลูกอีกมากมายเหลือคณานับ ลำดับมาพอเป็นสังเขปจากเศษเสี้ยวของหัวใจแม่ได้ 8 ข้อต่อไปนี้..... 1. แม่อยากให้ลูกมีสุขภาพดี ย้อนความกลับไปตั้งแต่มีชีวิตใหม่เกิดขึ้นในท้องแม่ ท่านเฝ้าดูแล ทะนุถนอมลูกน้อยในครรภ์ แม้ท่านต้องลำบากและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลายอย่างในชีวิต ทั้งหมดเพียงเพื่อลูก ต่อมาวินาทีแรกที่ลูกลืมตา ถามแม่ร้อยคน ประโยคแรกที่อยากได้ยินจากปากหมอคือ ลูกมีอวัยวะครบถ้วนทุกประการ ยามเป็นทารก เมื่อลูกไอ แม่ก็อยากไอแทน ลูกร้องไห้ก็แสนจะทรมานไปกับลูก 2. แม่อยากให้ลูกมีการศึกษาที่ดี การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในชีวิต นับตั้งแต่เริ่มหัดอ่าน หัดเขียน ท่านตรากตรำพร่ำสอนคุณอย่างไม่ลดละ (คุณอาจไม่รู้ว่า การสอนเด็กเล็กคนหนึ่งให้อ่านออกเขียนได้นั้นยากเย็นเพียงใด) แม่ร้อยคนก็ล้วนมีล้านวิธีต่างกันออกไป หากแต่มีเพียงจุดประสงค์เดียวกัน คืออยากให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดของกำลังคนเป็นแม่จะทำได้ หากทำงานเหนื่อยหนักเพื่อมาจ่ายค่าการศึกษาของลูกได้วิธีไหน แม่ก็จะทำทุกวิถีทาง เพื่อลงทุนด้านการศึกษาให้ลูกซึ่งคุ้มค่ากว่าการลงทุนอะไรทั้งหมด 3. แม่อยากให้ลูกเข้าใจโลก เข้าใจตัวเอง และเข้าใจแม่ (บ้าง) แม้โลกจะเลวร้าย หากชีวิตยืดหยุ่นได้และปรับสภาพด้วยความเข้าใจ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ก็จะมีแต่ความสงบสุข เข้าใจสภาพแวดล้อมแล้วก็อย่าลืมหันกลับมาเข้าใจภายในของตัวเอง และสิ่งสุดท้ายที่หัวอกคนเป็นแม่อยากบอกให้ลูกฟัง คือ เข้าใจท่านบ้าง ที่พร่ำบ่นพร่ำสอน เพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว บริสุทธิ์ไร้สารพิษ ไม่มีสิ่งใดเจือปน 4. แม่อยากให้ลูกประหยัดและพอเพียง ความพอดีจะทำให้ลูกของแม่ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่ทะเยอทะยาน ไม่โหยหาได้มาเพียงวัตถุ แล้วจิตใจต้องตกเป็นทาสของเงินตรา เชื่อเถิดว่าแม่ของคุณ อยากให้คุณพอมีพอกิน สมตัว สมฐานะ เพียงไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ท่านอยากให้คุณ ร่ำรวยความสุขแทนตัวเลข เรียนรู้ที่จะประหยัด สมถะ และพอเพียงอย่างสร้างสรรค์ 5. แม่อยากให้ลูกมีระเบียบและใช้ชีวิตให้เป็น ลูก ๆ ทั้งหลายคงเคยถูกแม่จ้ำจี้จ้ำไชในความไร้ระเบียบ ท่านไม่ได้แค่เหนื่อยที่ต้องตามเก็บกวาดสมบัติประดามีของคุณ (เพราะการสอน เหนื่อยกว่าทำเองมาก) แต่แม่มองการณ์ไกลไปกว่านั้น หากวันใดไม่มีแม่อยู่ เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกนำพาไป วันนั้นเองที่คุณจะต้องจัดการอะไรในชีวิตด้วยตัวเอง หากเริ่มต้นตอนนั้นคงสายเกินไปและยากเกินแกงที่จะเริ่มต้น แม่สอนให้คุณรู้จักแบ่งเวลาในชีวิต หน้าที่ส่วนตัว หน้าที่ส่วนรวมให้แยกแยะ ไม่ขาดตกบกพร่อง ขณะที่ต้องไม่ลืมทำตามหัวใจ และสิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกมีความสุขในชีวิตได้ 6. แม่รักลูกมากพอที่จะปล่อยให้ลูกมีอิสระและตัดสินใจด้วยตัวเอง แม่หวง แม่ห่วง เพราะแม่รัก เมื่อคุณยังเด็กและไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อย่านึกตะขวงใจที่แม่ไม่ยอมปล่อยให้คุณทำอะไรด้วยตัวเอง เพราะสักวันหนึ่งก็จะถึงเวลาของคุณ ในทางกลับกัน หากแม่ของคุณสอนให้คุณรู้จักช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก นั่นก็เพราะท่านอยากให้คุณรู้จักการใช้ชีวิต คิดตัดสินใจด้วยตัวเอง ท่านมอบยานพาหนะคันงามที่ชื่อว่าอิสระให้คุณแล้ว หมายความว่า คุณจะต้องบังคับทิศทางไว้ในที่ที่ควรอยู่ โดยจะมีแม่คอยมองคุณอยู่ข้างหลัง 7. แม่อยากให้ลูกเชื่อฟังคำ แม่สอน ไม่มีแม่ในโลกคนไหนหวังร้ายกับลูก บางเวลาคำพูดของแม่ออกมาอย่างมีอารมณ์แต่ไม่เคลือบแฝง เพียงเชื่อคำแม่สอน ชีวิตคุณก็จะเป็น-อยู่-คือ อย่างที่ควรจะเป็น และคำแม่สอนจะติดตัวเป็นสมบัติล้ำค่าไปตลอดชีวิต หาซื้อไม่ได้ เวลาก็ย้อนคืนมาไม่ได้ เช่นกัน ทว่าสามารถเก็บไว้ได้เป็นคอลเลกชั่นในใจได้ 8. แม่อยากให้ลูกกตัญญู รู้คุณคน ไม่เพียงรู้บุญคุณของน้ำนมแม่ หากแต่ความกตัญญูกตเวทีจะนำพาให้ชีวิตคุณอยู่รอดปลอดภัย ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่ตกอับ หากเราซื่อสัตย์และจริงใจต่อใครก็ตามที่ดีกับเรา และถึงแม้เขาจะไม่ดีด้วย ก็ให้เอาชนะใจคนด้วยความดี ไม่ว่าลูกของแม่จะเป็นอะไร เป็นใครที่เลวร้ายหรือน่ารังเกียจสำหรับคนอื่นมากแค่ไหน แต่สำหรับแม่แล้ว คุณคือแก้วตาดวงใจของท่านเสมอ นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เกิดจนวันสุดท้าย และถ้าคุณรักแม่....แค่ทำดี เพียงเท่านี้แม่ก็พอใจ รักแม่ ที่มาจากหนังสือพิมพ์ daily news August 14 ทำไมบ้านนอกอย่างนี้เนี่ย!!อดดู running boy เลย (- -!!)
ก็ตั้งใจไว้ว่าจะไปดู running boy อุตสาห์ชวนพี่เก่งซะดิบดี ปรากฎว่ามาเช็คดูรอบหยังในเนทแล้ว
ที่เชียงใหม่ มะมีอ่ะ....งง...ถึงก่ะอึ้ง
อะไรกันหนังออกจะดีมีคุณภาพ ขนาดนี้ ไม่มีได้ไง
ได้ข่าวว่าทำเงิน box office ของเกาหลัด้วยนะ
ผู้จัดหนังคิดแต่ว่า คนเชียงใหม่ชอบดูแต่ โกยเถอะโยมรึไง..หงุดหงิดใจจิงๆ
running boy เค้าเป็นหนังที่มาจากชีวิตจริงของเด็กหนุ่มที่เป็น authisitc และมีคุณแม่ที่คอยผลักดันให้ลูก
สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้...วันก่อนไปดูเรื่องอะไรน๊า...อ๋อ โคตรรักเอ็งมา แล้วเห็น preview ซึ้งน่าดูมากเลย
เลยคิดว่าต้องดูให้ได้....อย่างงี๊ถ้ากลับกรุงเทพไปจะได้ทันดูมั๊ยเนี่ย???
หนังออกจะดีมีคุณภาพ...เราคิดว่าไปๆมาๆ อาจจะคุ้มค่าก่ะเงินที่เสียไปมากกว่าดู miami vice ก็ได้เนอะ...
อ๊ะ..โปรโมทให้ running boy ...ไงก็ลองเข้าไปดูกันนะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
RunningBoy เป็นเรื่องจริงของเด็กหนุ่มที่เป็นโรคออธิสติควิ่งพยายามแสดงความสามารถของตัวเองให้โลกเห็นการวิ่งมาราธอน
โดยผู้ที่มารับบทเด็กหนุ่มโช วอนนี้ก็คือ โช ซัง วู นักร้องนักแสดงวัย 25 ปี ที่กำลังได้รับนิยมในเกาหลี นอกจากหนังที่ดังหลายเรื่องแล้ว
โช วอนในวัยเด็กนั้น ก็เป็นหมือนเด็กผู้ชายธรรมดาทั่วไป เขาชอบกินคุกกี้ช็อกโกแลต และรักม้าลายเป็นชีวิตจิตใจ
แต่เมื่อเขาอายุ 5 ขวบ เกียงซุกแม่ของเขาก็ได้พบว่า
โชวอนเป็นเด็ออธิสติก.... ซึ่งจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เป็นสิ่งที่ยากสำหรับแม่ทุกคนจะยอมรับได้
หลังจากวันนั้นเกียงซุกจึงทุ่มเทเวลาและความรักทั้งหมดให้แก่โชวอน
เพื่อให้เขาสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองและปรับตัวให้เข้ากับสังคมภายนอกได้
และ 15 ปีต่อมา โชวอนวัย 20 ปีแต่มีสติปัญญาเทียบเท่ากับเด็กวัยเพียง 5 ขวบ แต่ดูเผินๆ แล้ว โช วอนไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไปเลย หลายๆ ครั้งที่โชวอนได้สร้างปัญหาให้กับแม่
แต่ด้วยความรักที่เธอมอบให้แก่โช วอน และเมื่อเธอได้ค้นพบว่าเขาชอบการวิ่ง
เธอจึงให้เขาวิ่งมาราธอนอย่างหนักจนโช วอนสามารถผ่านการวิ่งในรายการมาราธอนที่เกียงซุก
ซึ่งสำหรับนักวิ่งสมัครเล่นแล้ว จะต้องผ่านการวิ่งในเวลาที่ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
ซึ่งโช วอนสามารถทำได้สำเร็จ
จนเป็นที่กล่าวถึงไปทั่วประเทศ............
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
August 13 ลัลล้า...หยุด 4 วันจน เครียด กินเหล้า
ทำงาน เครียด ลางาน...ลาพักร้อน
กลับอีกที อังคารค่ำๆนู้นน่ะ.............ลัลล้า ลัลล้า...
แต่เครียด.........งานส่งวันศุกร์....
เลย...ยิ่งเครียด ก็ยิ่งลางาน..เอิ๊ก!!!
ชักจะลัลล้าไม่ออกแล้วสิ...บรึ๊ย!!
---------------------------------------------
เชียงใหม่ร้อนอ่ะ และบ่ายๆฝนก็ตก จำตอนนี้ดึกดื่นเที่ยงคืน ก็ยังตกอยู่เลย
แต่..ถึงจะยังไงเราก็ไม่เปิดแอร์ เพราะ....อากาศมันดีสุดๆๆๆๆ
i love chiangmai
เจียงใหม่บ้านเฮา....
บ๊ายบาย
อิ่มจัง
ป.ล. ดีใจที่ได้ทำอะไรแล้วมีคนทำอย่างที่บอก...ไม่ใช่เป็นผลดีก่ะตัวเรา แต่เป็นผลดีเพื่อเค้าตะหาก
ก็...การที่ไปบอกรักแม่ไง.............เห็นมั๊ยล่ะ ว่า happy แค่ไหน....
คุณแม่ไม่ได้อยู่ก่ะเราตลอดไปนะ.....รีบบอกซะตั้งแต่วันนี้....
เพราะจะเก็บไว้บอกปีละครั้งก็ยังน้อยเกินไป..เพราะท่านจะอยู่กับเราได้อีกกี่ปี???
บอกรักท่านตอนนี้.. ดีกว่าที่ต้องไปบอกตอนที่ท่านไม่ได้ยินแล้วนะ...ตอนนั้นจะย้อนเวลาก็คงจะไม่ได้แล้ว
รัก--ก็ต้องแสดงออกด้วย---ท่านจะมีความสุขมากๆ
love mom
August 10 ........ไปงานแต่งงานพี่ทัศมาค่ะ
รถติดมาก กว่าจะถึง miracle ก็จะ 2 ทุ่มไปแล้ว
เอาอึกแล้ว..คราวนี้ ไปถึงเค้ากะลังไชโยกันพอดีเลย..เอ้า ...ไชโย...ไชโย!!
ก็เลยไชโย เนียนๆไปก่ะเค้าซะงั้น...แต่ไม่วายสายตาสอดส่องหาของกิน
ก็มันหิวนี่นา...ตาลายมั่กๆ...แต่ไม่มีอะไรให้ทานเลยอ่ะ
ก็มันเป็น งาน cocktail นี่นา...จิ้มนี่นิด จิ้มนั่นหน่อย
พอจะไปต่อคิวกินอันนู้น อันนี้ก็หมดซะงั้น...
เลยต้องแวะซื้อ mc.donald แถวบ้านมากินก่อนนอนให้หายหิว ตอนซื้อก็ปาไปก็สี่ทุ่มกว่าๆแล้วนั่นน่ะ
น้องๆพนักงานกะลังล้างร้านอยู่ เราแอบเห็นน้องเอา french fried ที่เหลือออกมาเต็มเลย คงเอาไปกินที่บ้านกัน
ตอนแรกแอบคิดว่าถ้าชั้นสั่งคงได้กินพวกนั้นแน่..
แต่...น้องเค้าทอดให้ใหม่ค่ะ..ดีจังเลย สดๆร้อนๆ...keep standarad ได้ดีเชียว!!!...
ระหว่างรอน้องเค้าทอดนู่นทอดนี่ ก็นั่งมองร้านไปรอบๆ พาลให้นึกถึงสมัยที่ทำงาน kfc เลย บรรยากาศแบบว่าคล้ายๆกัน
ความจริงทำพวก fast food แบบนี้ที่ไหนก็คงมีระบบคล้ายๆกันละเนอะ
สมัยก่อนเราเป็น messenger ของ kfc เชียวน๊า...
ฟังแล้วดูดีใช่มั๊ยล่ะ..ตอนนั้นเป็นพนักงานต่างชาติคนเดียวเลยนะนั่น หุหุ...(คงเพราะพูดไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะ)
ผู้จัดการร้านเห็นเราเข้ามาสมัคร แล้วก็พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่สงสารเรา(คิดเอาอย่างนั้นอ่ะนะ)...เลยให้เราเป็นเด็กส่งใบปลิว
เรียกว่า shirashi....
ทุกๆวัน ถ้าเราว่างเราสามารถไปที่ร้านได้เลย และไปเปิดที่ตู้เก็บใบปลิว เอามาวันละ 500 ใบ บ้าง หรือ 1,000 บ้าง
ขึ้นอยู่กับว่า... วันนี้ผู้จัดการร้านจะให้เราไปส่งแถวไหน ซึ่งเค้าก็จะพาเราไปที่บอร์ด ที่เป็นแผนที่แบบขยายติดฝาผนัง มันละเอียดถึงขั้นว่าเห็นเลยว่าบ้านเราอยู่ตรงไหนน่ะค่ะ
และด้วยความที่เราอ่านไม่ค่อยออก (สมัยนั้นไปอยู่ได้ 1-2 เดือนเองมั๊ง) เราก็จะจำเอาว่ากี่แยกไฟแดง กี่บล๊อกถนน อะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ
และก็ถ้าพร้อมก็ออกเดินทางได้ พร้อมกับจักรยานคู่ชีพของเรา ที่ต้องมีตระกร้าไว้ใส่ shirashi ซึ่งหลายร้อยใบก็หนักอยู่อ่ะนะ
ซึ่งอาชีพนี้ก็เป็นผลดีทำให้เราได้ออกกำลังกายไปในตัว มีกล้ามนิดๆด้วยล่ะ (มีคนแอบทักออกบ่อย 55)
โดยเฉลี่ยแล้วเวลาทำงานเราจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง...
ถ้าหน้าหนาว...
รู้สึกได้เลยว่าเวลายาวนานมาก....มีครั้งหนึ่ง ลมแรงมากๆ..หนาวสุดๆ...
มันทรมาน.... ยิ่งขับจักรยานฝ่าความหนาว ฝ่าลมด้วยแล้วนะ สุดยอดเลย....
ความรู้สึกเราตอนนั้น คือ ทำไมชีวิตเรามันขนาดนี้ฟะเนี่ย..บางครังก็อดทนไว้ไม่ได้...ไปนั่งร้องไห้คนเดียวที่สนามเด็กเล่น...
แล้วคิดดูสิ นั่งร้องไห้ สนามเด็กเล่น ว่างเปล่าไม่มีใคร..ลมเหงาๆเย็นๆ พัดมา..โหย..สุดยอด....เศร้าสุดใจเลยล่ะ...
ช่วงนั้นเราก็นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว คิดถึงแม่ด้วย....ซักพักก็หยุดร้องและก็ฮึดทำงานต่อ...
แต่ใช่ว่าหน้าหนาวจะมีเรื่อราวแย่ๆนะคะ..
เราเคยส่งๆไปแล้วหิมะตกก็มีน่ะค่ะ...เลยได้ขี่จักรยานท่ามกลางหิมะ...romance ซะไม่มี..wow!!
ส่วนหน้าร้อน...
เวลาหน้าร้อน ท้องฟ้าจะมืดช้ากว่าหน้าหนาวใช่มั๊ยคะ???...และที่สำคัญอากาศที่ญี่ปุ่นเวลาร้อนจะร้อนแบบชื้นๆ เหียวๆ อ้าวๆ หายใจฃลำบากน่ะค่ะ
ร้อนแบบแสบๆ ยิ่งกว่าเมืองไทยอีกนะ...ช่วงนั้นเรา ดำไปถนัดตาเลยล่ะ แถมเหนื่อยสุดๆ..
มีครั้งนึงแบบว่าอู้งานนั่งพักร้อน แต่ดันไปนั่งหน้าร้านขายรถยนต์ของใครซักคนเข้าน่ะค่ะ....เจ้าของเค้าออกมาคุยด้วยแต่...ใช่ว่าจะซวย
หลังจากนั้นเค้าก็เป็นเพื่อนก่ะเรา ชวนเราไปเลี้ยงข้าวประจำเลยล่ะ .....เลยเป็นว่าโชคดีไปน่ะค่ะ
อุบัติเหตุที่ได้จากการเป็น messenger น้อย ที่เราทำอยู่สมัยนั้นก็มีบ้างประปราย
เช่น...ขี่ๆอยู่บังคับไม่ได้ แบบว่าหนัก shirashi น่ะ ล้มโครมเลย...เป็นผลให้ข้อศอก เข่าเป็นแผลเลือดไหล..
หรือว่า เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดจากบรรดาน้องหมาๆที่ดุกันชิบเป๋ง..(อารมณ์เหมือนบุรุษไปรษณีย์เลยเนอะ)...
หรือแม้กระทั่งเจอยามคอนโดที่โรคจิต....เข้ามาจับหน้าอกเราง่ะ....(ไม่รู้ตัวเลนะเนี่ย--เพราะใส่เสื้อหนาวหลายชั้น)..แล้วมาพูดชวนเราไปเที่ยวแล้วจะให้ตังค์...
ตอนนั้น..แรกๆยังไม่เข้าใจงงๆนึกว่ามาปัดอะไรที่เสือ้ให้ พอฟังมันพูดชักยาวๆ เริ่ม..เฮ้ย!!....อะไรเนี่ย หัวงูนี่หว่า เราเลยรีบชิ่งหนีเลย ตกใจเอาการอยู่..แอบมานั่งทำใจที่ถนนข้างๆคอนโด..หลังจากวันนั้นเราเลยไม่ไปส่ง shirashi คอนโดนั้นอีกเลย ถึงแม้ว่าคอนโดนั้นจจะมี box เยอะและทำให้งานเราเสร็จเร็วขึ้นก็เหอะ...
พอพูดถึงโรคจิต....นึกขึ้นมาได้อีกเรื่องเลยนะค่ะ..(ขี้เกียจอ่านกันรึยังเนี่ย??)
แบบว่ามีลุงคนนึงเปิดร้านอยู่ข้างๆมหาลัย ก็ไม่ไกลมากเท่าไหร่ เราชอบขี้จักรยานแวะไปทักททายคุยโน่นนี่และก็ดูของบางอย่าง..ตามประสาเรา
เราก็รู้สึกว่าลุงก็อัธยาศัยดีนะคะ..แล้วเค้าก็รู้จักนักศึกษาต่างชาติในมหาลับเราเยอะอยู่เหมือนกัน เห็นบางทีก็เข้มาส่งของ ทักทายคนนู้นนี้ดูเป็นมิตรดี
วันนึง คุณลุงก็ชวนเราไปว่ายน้ำน่ะค่ะ...แต่...เราไม่ไปหรอก..ลุงก็เลยชวนไปตีเทนนิสแต่ว่าเราไม่มีไม้..ลุงก็เลยยังคงชวนไปตีปิงปอง ที่โรงยิมหลังมหาลัยออกไป ...
งานนี้เราก็เลยตกลงไปน่ะค่ะ...ก็โอเคไม่มีอะไรผิดปกติ....
แต่.........
เมื่อเล่นกีฬาเสร็จก็ต้องหิวใช่มั๊ยคะ???...คุณลุงผู้ใจดีชวนเราไปหาราเมนทาน...เราก็โอเคนะก้หิวเหมือนกัน
ระหว่างคุณลุงขับรถ คุณลุงก็พูดมากว่า....อยากนวดมั๊ย???...
ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไร(จิงๆใส่ซื่อโคตร จนถึงประมาณซื่อบื้อ)....เราก็ตอบไปว่า ไม่ค่ะ ไม่อยากนวด ไม่เมื่อย-ไม่ล้าขนาดนั้น...
แล้วเราก็ถามลุงต่อว่าถ้าจะนวดไปที่ไหนเหรอ..ลุงก็บอกว่าไปหาสถานที่ดีๆ บรรยากาศดีๆ นวดกัน นวดกันแบบๆ.....พร้อมสีหน้าแววตาแบบงูมั่กๆอ่ะ
ตายแล้ว!!...ตอนนั้นเราตกใจมากๆ..รู้สึกได้เลยว่าใจเต้นเร็วมาก..เฮ้ย...(สมองเพิ่งจะสั่งการ) ..มันคิดไรของมันเนี่ย...
เราเลยรีบพูดออกไปว่า ไม่...ไม่อยากนวด...อยากกลับบ้าน...!!!
แล้วระหว่างนั้นลุงก็เริ่มขับรถออกนอกเส้นทางที่เราคุ้นเคยแล้วล่ะ ยิ่งทำให้ความกลัวของเราทวีคูณอย่างมาก...แต่....
โชคยังเข้าข้างบ้าง...ที่มีเสียงโทรศัพท์เราดังขึ้น เป็นเสียงของน้องที่เรียนด้วยกันโทรมาตามว่าอาจารย์นัดประชุม (ตายจิง..เราก็ลืมไปสนิทเลย)..
เลยได้การบอกคุณลุงไปว่า..อาจารย์โทรมาตามต้องรีบกลับมหาลัยด่วน.....
โชคดีอีกครั้งค่ะ..ที่คุณลุงมันเชื่อ...555
รีบหักรถกลับมาที่มหาลัยเราเลยแหล่ะ แถมจะมานัดเราต่ออีกว่าเมื่อไหร่ไปนวดกัน..บรึ๋ย!!...ขยะแขยงอ่ะ..
หลังจากนั้น..เพื่อนๆก็คงเดาเหตุการณ์ได้ใช่ม๊า...ว่าเราจะไม่ไปร้านลุงอีกเลย
แถมว่าถ้าต้องขี่จักรยานผ่านเราก็จะรีบปั่นๆ แบบว่าด้วยความเร็วสูงน่ะค่ะ.....
แต่..โชคไม่เข้าข้างนึกว่าจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของลุง...
มีอยู่วันนึง....
ปรากฎว่าระหว่างที่เราขี่จักรยานจะกลับมหาลัยติดไฟแดงอยู่นั่น ก็มีคนมานิสัยเสีย บีบแตรอยู่ข้างหลังเราอยู่นั่น..แป๊น แป๊นๆๆๆ
ไม่อยากจะบอกค่ะ..ว่าเราหันไป และก็ต้องตกใจเมื่อเจอตาลุงหื่นอีกแล้วง่ะ...
เราตกใจมาก รีบปั่นจักรยานด้วยความเร็ว แต่ไม่ทันความเร็วรถลุง (ก็แหง่ะอ่ะดิ)
คุณลุงขับรถมาปาดหน้าจักรยานเรา และก็จอดไว้ซะงั้น ลงมาทักทายเรา...เราโคตรกลัวเลยอ่ะ ตอนนั้นก็ดึกแล้วซัก1-2 ทุ่มได้
แต่ลุงก็แค่ทักทายอ่ะนะ...เราก็ยิ่มหื่นๆ..เอ๊ย..ฝื่นๆให้ และก็รีบขี่จักรยานออกไป...คิดแล้ว...เสียววาบ!!..ทำไมต้องเจออีกน๊า....
เนี่ยแหล่ะค่ะ ประสบการณ์ทำงานส่งใบปลิว และก็ลามมาถึงคนญ๊ปุ่นโรคจิตที่เราไปเจอมา
แต่..เพื่อนๆอย่าเพิ่งปักใจนะว่ามันโรคจิตไปซะหมด
คนที่ดีๆที่เราเจอก็มีเยอะ
ทั้งคุณลุง ไปรษณีย์ ที่อายุ 70 กว่าๆแล้วแต่ก็ยังหล่อ และแข็งแรง
หรือคุณลุงยาม..ที่ใจดีมีเมตตามากๆๆๆๆ....เป็นotosan ได้เลยแหล่ะ
ไว้คราวหน้าเราจะมาเล่าถึงคุณลุงทั้งสองนะคะ
บ๊ายบายค่ะ
อิ่มจัง
ป.ล. วันแม่นี้สรุปอิ่มกลับเชียงใหม่น๊า....สุดท้าย...ก็ได้กลับไปอ้อนแม่จนได้..เย่ๆๆๆๆ
ป.ล. อีกครั้ง..วันนี้ ellis ถามว่าอิ่มซื้ออะไรให้แม่รึยัง..เราบอกว่าปกติก็ทำการ์ดให้และก็กอดแม่....ว่าแล้วก็คิดถึงแม่จังเลยเนอะ
เป็นเด็กดีกันทุกคนนะนู๋ๆๆๆ
August 08 ...กิจกรรมวันนี้
1. ตื่นเช้านั่ง taxi ไปทำงาน
2. ดื่มน้ำส้มวิตามิน 1 แก้วก่อนเริ่มงาน..แทนข้าวเช้า (vitamin berocca--best seller)
3. ประชุมงานความก้าวหน้าที่ถูก assign ไป
4. ทำงาน...
5. ทานข้าวเที่ยง
6. ขึ้นมาทำงานต่อ...
7. ตกเย็นหิว ไประรานโต๊ะชาวบ้านหาของกิน ได้กินกล้วยทับไป 2-3 ชิ้น ก่ะขนมเทียน 2 ก้อนน้อย และปลาหมึกอีกนิดหน่อย (เล่นเอาเกือบอิ่ม)
8. คิดว่าจะกลับซักทุ่ม เลยโทรหาเสี่ย oracle จะได้กลับดว้ยกัน
9. ทำงานต่อ...
10. ทวง meeting จากหัวหน้าที่ลืม team เรา (แอบแซวเล่น--รู้หรอกว่ายุ่ง)
11. เกือบทุ่ม..เก็บของจะกลับแล้วเพระเสี่ยโทรมาตาม (เสี่ยอยู่คอนโดเดียวกัน เลยร่วมด้วยช่วยกันกลับพร้อมกันดีกว่า)
12. ลง lift เจอท่าน ผอ. หวัดดีไปหนึ่งที...และแจ้นขึ้น taxi กลับบ้าน
13. กลับคอนโด ไปกดตังค์ กดไม่ออก...รหัสผิดเฉยเลย...งงมากๆๆๆ
14. เดินกลับบ้านด้วยความหิวโหย ไม่มีตังค์ซื้อข้าว เปิดประตูเจอหน้าพี่เอ็ม เหมือนสวรรค์มาโปรด..ดีใจมาก...มีคนเลี้ยงข้าวแล้ว
15. เดินลงคอนโดไปหม่ำอาหารตามสั่ง..กินสุกี้...ก็อร่อยดีแต่ไม่หมดอ่ะ--แน่นอน..พี่เอ็มโซ้ยต่อ อิอิ
16. ขึ้นห้องมาเล่นเนท เล่นนู่นนี่..อ่าน blog คนนู้นคนนี้...แล้วก็ chat msn ก่ะเพื่อนๆ...นิ๊งหน่อง / ดอย / พี่เอก /และอื่นๆประปราย
17. .............คิดอยู่ว่าหลังจาก up blog เสร็จจะไปอาบน้ำ....และก็เข้านอน
ถ้างั้นก็ฝันดี ราตรีสวัสดิ์นะคะ
nite nite
im chan
p.s. someone said...love is all around...
but why i can't feel it...
......................
..........................
hurrrr.....
when i will fall in love again naaaa????
miss you na p'den
kunnu
August 07 อยากนอน ก็เข้านอนจิ...ใช่ๆๆๆๆ....ง่วงนอน
ก็ต้องไปนอน....แต่อยากให้มีคนมาร้องเพลงข้างๆ
อิ่มจัง ......movie on sunday
ไปดู miami vice ก่ะ โคตรรักเอ็งเลย มาแล้วนะ ดูทั้ง 2 เรื่องเลยแต่คนล่ะวันกัน
วันเสาร์ ดูโคตรรักเอ็งเพราะว่า...รอบเวลามันได้ เราไม่อยากเสียเวลารอดู miami vice ที่ต้องรอถึง 3 ชั่วโมง...ตอนแรกว่าจะดู lake house แต่ก็เปลี่ยนใจดูหนังไทยดีกว่า
เพราะยังไง ill mare ที่เป็นต้นฉบับน่าจะทำได้ดีกว่าอยู่แล้ว (ได้ข่าวว่ามา)....
และก็เป็นไปตามคาด...
โคตรรักเอ็ง....อะไรของมันเนี่ย ดูๆไปก็ขำๆดีนะ แต่ไม่เข้าใจว่าผู้กำกับ พี่พิงจะให้นู๋ได้อารมณ์หนังแบบไหนเหรอคะ??
พี่เล่นเอาอารมณ์แบบหนังผีมาใส่ซัก 1 ใน 3 ของเรื่องแล้วเนี่ย..
แต่ก็โอเคนะ ..แนะนำให้ดูกัน รับรอง มีหักมุมเพียบ..จะให้เล่าเหรอ??..ไม่ดีหรอกไปดูเองดีกว่า....นะนะ
เมื่อคืน...เลยดูโคตรรักเอ็ง แล้วก็ค่อยออกมาทะเลาะก่ะคนไปดูด้วย...
ไม่ได้เป็นไปตามหนังเล้ย...เกลียดกันมากกว่าป่ะเนี่ย..เอิ๊ก...แต่ก็อ่านะ...จะทะเลาะทำไมดีกันดีกว่าเนอะๆๆ
พอกลับห้องมาพี่เอ็มเอา chocolate มาให้กิน เห็นแกคะยั้นคะยอว่ามี chocolate นะอร่อยอย่างนู้นนี้ พูดมาหลายวันละ ไอ้เราก็อือ..นึกว่าธรรมดาทั่วไป กินเมื่อไหร่ก็ได้...เลยไม่ได้ตะกละตะกลามเหมือนทุกที เลยผลัดวันไปเรื่อยๆ สงสัยพี่เอ็มจะทนไม่ไหว อารมณ์อยากอวดขนมจัด ว่าของชั้นน่ะอร่อยโคตรๆ นะ เลยเอามาประเคนให้ลิ้มลองถึงหน้าทีวี ระหว่างดู AF ไปด้วย (ขอออกนอกเรื่อหน่อย แบบว่าดีใจที่แฝดผลไม้รวมออกไปได้อ่ะ --เสียงงั้นๆ แถมไม่น่ารัก เราเชียร์มิ้น แต่ไม่เคยโหวต ...แป่ว!!!)...แล้วก็กลับมาที่เรื่อง chocolate ต่อละกันน๊า....พอได้ลิ้มลองแล้ว หืม...มันอร่อยจิงๆด้วยอ่ะ เหมือน mouse chocolate ประมาณนั้น ทำได้เนียนคล้ายของญี่ปุ่นมากเลย..กินติดใจจนหมดกล่องเลยล่ะ ...ถ้าใครอยากลิ้มลอง แนะนำให้ไปหากินได้ที่ ร้าน..something sweet นะคะ...แล้วจะติดใจ เห็นบอกว่าไม่แพง กล่องละ 50 บาทเอง(home made ด้วยนะ) กินแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเราวิ่งไปบนทุ่งหญ้า ลัลล้า ลัลล้า..กินแล้วไม่อยากกลืน (เวอร์ไปป่าว)....แต่จิงเด้อ
จบจากเรื่อง chocolate.....กลับมาที่หนังวันนี้เรื่อง miami vice กันดีกว่า
อันว่าด้วย miami vice ที่ข้าพเจ้าอยากดูนักอยากดูหนาเพราะติดใจเสียงเพลงของพี่ linking park เข้าให้..ที่เป็นเพลงประกอบหนัง...ทำให้ตั้งหน้าตั้งตารอว่าเมื่อไหร่จะได้ดูน๊า...และแล้ววันนี้ก็มาถึง....เลยชวนพี่เอ็มไปดูกัน..แต่ไหงหลับซะงั้นล่ะ...อย่าว่าแต่พี่เอ็มเลย คนข้างๆ(ถัดออกไปจากคนข้างเราอีก) ก็หลับอ่ะ....แบบว่าทั้งโรงนิ่งมาก...นิ่งจิงๆ ทำให้นึกถึงที่หญิงใหญ่บอกเลยว่าหนังมันแข็งๆ ก็จิงนะมันแข็ง แต่เราชอบ...กงลี่ หุ่นดี ใส่ชุดทำงานแล้วสวยแถม sexy อีก อยากใส่แล้วดู เท่ห์ สวย สง่า แบบนั้นบ้างจัง แต่คงต้องไปทำหุ่นใหม่หมดเลยน่ะเรา 555 เพราะเรานะป่องกลาง..เอิ๊กๆๆๆๆ (มีแต่พุง)
ป.ล. แต่วันนี้ไปลองรองเท้ามา เจ้าของร้านบอกว่าเราหุ่นดีมั่กๆ ชมใหญ่เลย แต่เราไม่เชื่อหรอก มันก่ะจะขายรองเท้าเราให้ได้อ่ะ ดิ (เรารู้อยู่หรอก) คู่ละตั้ง 800 บาท แน่ะ เกือบหลวมตัวซื้อแล้วเชียว ถ้าพี่เอ็มไม่เดินมาบอกว่า นิ้วอิ่มน่าเกลียด อาว.....อะไรเนี่ยเจ๊??...มาทำลายความมั่นใจเราทำไมเนี่ย..แต่ก็ดีไม่ซื้อก็ประหยัดตังค์ ...(แต่ยังอยากได้อยู่ ได้ข่าวว่าสยามขายอยู่ 1,200 บาท)...อยากกกกกกกก..ได้
---------------------------------
หลังจากดู miami vice เสร็จ ก็ถึงเวลาทานข้าว เพราะมันก็ปาไป 2 ทุ่มกว่าๆแล้วนี่นา หม่อมมิ้นก็ตามมาสมทบ ทำให้มี เรา พี่เอ็ม โอม และมิ้น ไปทานข้าวกัน (ลืมบอกไปว่าโอมตามมาดูหนังด้วยหลังจากเสร็จภารกิจ ถูกหลอกให้ไปฟัง amway ...555..สมๆๆๆ)...เราเลยแนะนำว่าไปกิน mk. กันแต่ได้รับการปฏิเสธอย่างนิ่มนวลจากคนที่เพิ่งไปกินมาหยกๆ เลยเปลี่ยนไป reflection แถวบ้าน พามิ้นไปเปิดหูเปิดตา เล่นเอามิ้นถึงกับตาลาย งงอยู่ซักพัก เพราะว่าร้านค่อนข้างจะ hip แบบว่า in trend นิดหน่อย สีสันแสบตา จัดจ้าน....พอเข้าไปในร้านเราก็เลือกโต๊ะกัน เลือกๆๆๆๆ มีอยู่แค่ไม่กี่ที่ ย้ายไปซะทั่วเลย สุดท้ายเลยได้นั่งโต๊ะริมน้ำ สมใจ.....บรรยากาศดี อาหารอร่อย....สั่งข้าวผัดกุ้งได้ข้าวผัดปู....พอสั่งข้าวผัดกุ้งอีกครั้งเอาไปส่งผิดโต๊ะอีก....เลยไม่เอา...ประชดชีวิตด้วย โรตีแกงกุ้งแทน 555......แต่ก็อร่อยไม่แพ้กัน...อิ่มหมีกันถ้วนหน้า (รึป่าว)
นอกจากนี้ ตกดึกซัก 4 ทุ่มมีหนุ่มน้อยและสาวน้อย มาว่ายน้ำให้ดูเป็นขวัญตาอีก ....น่ารักมากๆๆๆ...ขอย้ำน้อยจิงๆ เพราะเป็นเด็กน้อยอ่ะดิ..เราว่าไม่น่าจะเกินอนุบาล (ฮา)...แต่เราชอบอ่ะ เห็นแล้วอยากมีลูก...เฮ่อ.....เด้กๆทำไรก็น่ารักเนอะ ไม่เหมือนคนแก่ ทำไรก็......(ละไว้เติมกันเอาเองละกัน)
สรุปๆๆๆ....happy time on sunday หมดไปแล้ว 1 วัน
พรุ่งนี้ก็มาเริ่มใหม่ก่ะวันจันทร์ กลับไปทำงานเหมือนเดิม...ดีหน่อยที่ทำแบงค์ข้างบ้าน ทำให้ตื่นสายได้อีกแล้ว เย่ๆๆๆ...แต่ต้องหอบ notebook ไป สงสัยงานเยอะแน่ๆเลย..ไม่น่าหาเหาใส่หัวเลยตู....ทำเป็น active ไปตามงานเค้า...เป็นไงล่ะ--สมน้ำหน้าตัวเองจัง
ไปละ...ฝันดีนะจ๊ะ
บ๊ายบาย
อิ่มจัง
August 05 saturday morniongหวัดดีค่ะ
เช้าวันเสาร์...เป็นเสาร์แรกที่มหัศจรรย์มากๆ ตื่นเช้าที่สุดในรอบสุดสัปดาห์
ก็ปกตินู่อิ่ม ไม่ได้เป็นคนขยันอะไรนี่นา..ขนาดทำงานมันยังไปสายเอาทุกวัน (แต่เราก็กลับดึกน๊า)....
ถ้าจะว่ากันตามหลักการแล้วเนี่ย....เสาร์-อาทิตย์ต้องบ่ายๆนู่นแหล่ะค่ะ ถึงจะตื่นได้ ขี้เกียจโคตรๆ เน้อ...
แต่ว่าด้วยเหตุจากเมื่อคืนที่เพลียสุดๆ หลับประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ..เลยเป็นผลบุญทำให้ นู่อิ่ม สามารถตื่นมาดูเช้าวันเสาร์และรายการทีวี อีกมากมายที่ไม่เคยดูเลยล่ะ
บอกว่าตื่น 8 โมง ก็คงจะไม่เชื่อใช่ม๊า......
เชื่อเหอะ แบบว่า 8 โมง ขอตื่นมาลืมตา แล้วกลิ้งไปมา ลุกไปอาบน้ำก็ 9 โมง แต่ๆๆๆ...ยังไม่ถึงห้องน้ำ ก็แปะอยู่หน้าจอทีวีแล้วเนี่ย กว่าจะได้อาบก็ 10 โมงกว่าๆนู่แหล่ะค่ะ....
เพื่อเตรียมตัวไปกินข้าวเที่ยงและก็ดูหนัง วูปี้......วูปี้.....จะได้ดู miami vice แล้วน๊า....
หลังจากที่บอกว่าวันศุกร์นี้ (เมื่อวาน) จะได้ไปดู แต่ก็ไม่ได้ไปดูจนได้ เพราะคราวนี้เราเป็นคนเบี้ยวเองซะงั้น เพราะว่างานน่ะสิ ทำไม่ทันอ่ะ แถมเพื่อนในทีมก็รถดั๊นไปชน อีก..
เฮ่อ....ทำอยู่ถึง 2 ทุ่ม ถึงจะได้กลับ หนังเหนิงเลยไม่ต้องไปดูกัน
แต่...ไม่เป็นไรคิดไว้แล้วว่า วันนี้แหล่ะ ฟันธงเลย หมอลักษณ์ก็หมอลักษณ์เหอะ...ได้ดูชัวร์ๆๆๆๆ
เมื่อคืนขากลับบ้านมันปาไปตั้ง 2 ทุ่มแล้วนะ ทำไมรถมันยังติดมั่กๆก็ไม่รู้เนี่ย หรือว่าเป็นศุกร์ต้นเดือน...ทำให้เราต้องใช้เวลาจราจรอยู่บนทางด่วนเป็นชั่วโมง
หิวก้หิวนะ...รถยังจะมาติดอีก....ศุกร์วินาศจิงๆๆๆ...
แต่อย่างน้อยก้พอทำให้เรา happy ได้บ้างหลังจาก ไปทานข้าวที่ร้านประจำ เมื่อก่อนชื่อ deva แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น abbaa แล้วไม่รู้จะเปลี่ยนทำไม
(ที่นี่มีสาขาที่สยาม center ด้วยนะ)...เราสั่งของโปรดเรา สปาเกตตี้แซลมอนรมควัน อร่อยมากเลยอ่ะ กินคนเดียวไม่แบ่งใคร ต่อด้วย สลัดไส้กรอกย่าง และบาร์บีคิวก่ะ french fried อร่อย เนื้อนุ่มเปื่อยมั่กๆๆๆ....เฮ่อ มีความสุขอีกครั้ง เพราะตบท้ายด้วย เยลลี่เงาะ หม่ำๆๆๆ จนพุงป่องเลยล่ะ....ค่อยยิ้มออกหน่อย
--------------------------------------
หมดจากเรื่องกิน มาที่เรื่องชาวบ้านกันดีกว่า..(แน่ะๆๆ อยากรู้กันน่ะสิ
ก็เมื่อกี๊คุย msn ก่ะ นู๋โน๊ตเพื่อนน่ารักของเรา (หน้าคล้ายเจนนี้ด้วยนา)...จะแต่งงาน 4 พ.ย. นี้แล้ว
หลังจากที่นู๋ดาววรรณ เพื่อนร่วมแก๊ง ได้แต่งงานไปแล้วคนแรก เมื่อเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา....นู๋โน๊ตก็จะตามมาติดๆ
คงเพราะช่อดอกไม่รึป่าวนา ที่โน๊ตมันได้ในวันแต่งงานดาวอ่ะ....555 แต่เราว่าไม่เกี่ยวหรอเพราะโน๊ตน่ะมีแววมาตั้งนานแล้ว (ขอบอกว่าแฟนหล่อมั่กๆๆ--นิ๊งหน่องอย่าดีใจไปที่มีคนบอกว่าหน้าเหมือนกัน)
พูดถึงเรื่องงานแต่ง เดี๋ยว 10 สิงหานี้ ก็ต้องไปงานแต่งพี่ทัศสุดสวย ที่จะแต่งเป็นคนแรกของรุ่ง วิดวะ จุฬา ที่เรียนโท มาด้วยกัน...หุหุ...ไปหาคนหล่อๆในงานดีกว่า
แต่....ไปงานก่ะอีกพี่เอกเนี่ยซี่....หมดกัน เค้าคงนึกว่าตูคู่พี่เอกไปซะแล้ว ..(พี่เอกมาอ่านอย่าน้อยใจไปนะ
ว่าแล้วพี่เอกก็อย่าลืมโทรบอกนู๋อัญด้วยล่ะ เดี๋ยวจาหาว่าเจ๊ไม่เตือน (เป็นที่รู้กันระหว่างเรา)...อย่าลืมๆๆๆ
-----------------------------------------
ข่าวร้าย...
ไม่ได้กลับบ้านวันแม่แหล่ะ เพราะตั๋วแพงมั่กๆ ห้าพันกว่าขึ้นได้....แม่เลยบอกว่าไม่เป็นไรกลับเดือนอื่นก้ได้ ตอนนี้ก็เลยคิดอยู่ว่าจะส่งอะไรไป surprise แม่สุดที่รักของเราดีน๊า....
คิดๆๆๆๆๆๆ.....ก็คิดไม่ออก...แต่ช้าไม่ได้เดี๋ญวไปรษณ๊ยมันจะไปส่งเลยวันแม่เอา...
ไปละดีก่า หมดมุขละ..ไปหาไรทานด้วย หิว..กินเยอะๆ เผื่อกลับห้องมาจะได้มีแรงซักผ้า
แบบว่าผ้ากองโตมาก และห้องก็รกสุดๆ อ่างอาบน้ำไม่อยากจะบอกเน่ามั่กๆๆๆตอนตา.....(ทำเป็นพูดไปงั้นแหล่ะที่บ้านเค้าก็มีเครื่องซักผ้า --แต่เหนื่อยมากตอนตาก..เบื่ออ่ะ)..
ไปละเน่อ...พวกพ้อง...
บ๊ายบาย
อิ่มจัง
ป.ล. วันนี้วันที่ 5 สิงหา เป็นวันที่ต้องจ่ายค่ห้องวันสุดท้ายเดี๋ยวถูกปรับ
และก็เป็นวันเกิด พี่โอ....อิ่มขอให้พี่โอมีความสุขมากๆนะ กิจการเจริญรุ่งเรือง (รู้หรอกว่าเก่งอยู่แล้วอ่ะ....) และก็ไว้มีโอกาสคงได้เจอกันนะจ๊ะหนุ่ม damn busy man
"..happy birthday kaaaaaa....
August 03 blog ใหม่..หวัดดีค่ะ
blog space มารูปแบบใหม่เล่นเอา เราไม่พอใจอย่างแรง..
ไม่ชอบอ่า มันใหญ่ไป อยากได้แบบเดิม สีสันก็ไม่ค่อยมีเนอะ ดูงงๆด้วย หรือว่าคนอื่นเค้าชอบกันเนี่ย...
พรุ่งนี้มีโปรแกรมว่าจะไปดู miamivice ด้วยล่ะ..
เฮ่อ..ในที่สุดก็ได้ดูซักกะที (รึป่าว) หลังจากถูกเบี้ยวแล้วเบี้ยวอีก จนไม่รู้จะถูกเบี้ยวไงแล้วเนี่ย...
หวังว่ามันคงจะสนุกบ้างล่ะเนอะ เพราะเห็นบางคนบอกว่าไม่ค่อยหนุกเท่าไรนี่นา...ไม่เป็นไร ...ไม่คาดหวังเดี๋ยวมันก็คงจะหนุกเอง...
เมื่อคืน...นอนหลับทั้งๆที่ไม่ได้ทำงาน และก็ไม่ได้อาบน้ำด้วย...แต่.....(ไม่บอกให้เดาเอาเอง)....แอบ happy เล้กๆด้วยล่ะ
ตื่นมาอีกที ความง่วงไม่เคยหายไปเลยอ่ะ...ถ้าไม่ติดว่าต้องตื่นไปทำงานคงนอนได้ถึงบ่ายเลยนะเนี่ย...ง่วงจิงๆ...
มาคิดๆดูแล้ว ถ้าชีวิตเรานอนให้มันน้อยๆกว่านี้ได้..อะไรๆก็คงจะดีขึ้นอีกเยอะเลย
ที่สำคัญเวลาคงเหลืออื้อซ่า...แต่....ทำไงได้ล่ะ ..ก็ความสุขของอิ่ม..ก็คือการนอนนี่นา....
นอนหลับเยอะๆ จะได้โตไวๆไง
-----------------------------------------------
วันนี้เกือบจะออกจากออฟฟิศเป็นคนสุดท้ายแล้วนะเนี่ย...
โชคดีที่แอบดึงเชนให้พี่ต้อมตรวจงานอยู่รอเป็นเพื่อนได้ 555..ก็บอกแล้วว่าลูกน้องใคร ก็ได้วิชามารมาจากคนนั้นแหล่ะ อิอิ
ช่วงนี้ที่ floor ดูเหงาๆ เพราะว่าพี่ๆทีม sale เค้าย้ายมาทำงานที่ตึกข้างบ้านเราเป็นการถาวร เลยทำให้ดูคนน้อยลงไปถนัดตา ..คาดว่าหายไปประมาณโหลนึง
เลยมีข่าว (โคมลอยแต่แอบจิง)ว่า...อีกไม่นานทีมเราก็คงต้องย้ายตามไปเหมือนกัน
ย้าย...มาทำงานแบงค์ข้างบ้านเราไง!!!...โห..ไรมันจะ perfect ขนาดนั้น
แต่........
คิดไปมา..ไม่อยากย้ายอ่ะ วันนี้เพิ่งคุยก่ะพี่ตาลว่า เพื่อนๆไม่อยากย้าย...
พี่ตานถามว่าทำไม..เราตอบไปว่าอิ่มไม่ชอบห้องน้ำที่นั่น (ฮา)..เล่นเอาพี่ตานงงไปเลย
ความจริงเราว่าการได้ดินทางหรือทำอะไรไกลๆบานมันก็ดีเหมือนกันนะ เห็นโลกเยอะดี
ไม่งั้นถ้าอยู่ข้างบ้านเรา เราคงมีชีวิตแถวพหลโยธินเนี่ยแหล่ะ.....คงแคบไปถนัด...
แต่....ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี
เราก็ตื่นสายได้ แถมไม่ต้องเสียเนค่า taxi ไงล่ะ....อย่างว่าแหล่ะ อย่าเพิ่งคิดมาก หรือโวยวาย เรื่องนี้อาจจะยังอีกยาวไกล...
ไว้คืบหน้า คืบหลังยังไง จะมาบอกให้ฟังละกันนะ
แต่ที่แน่ๆตอนนี้ คือ...เราก็ยังอยู่ที่เดิม นั่งตำแหน่งเดิมที่ออฟฟิศ ริมน้ำเจ้าพระยา ชั้น 16 มองออกไปเห็นเรือ เห็นน้ำ เห็นสะพานแขวน
ยิ่งตอนกลางคืนด้วยแล้ว สวยงามมากๆๆๆๆ....คิดงานไม่ออก..ก็ไปยืนทำ music ได้..
สงสัยว่าตัวเองจะรัก กสิกรเข้าแล้วสิ...
อย่างงี๊จะลาออกไปเรียนต่อตามแผนได้มั๊ยเนี่ย?????
อิ่มจัง August 02 am hungry..am lonely
หิวอ่ะ..กินไม่อิ่ม นอนไม่หลับแน่ๆเลย
กว่าจะกลับจากที่ทำงานมาถึงห้องก็เกือบจะ สี่ทุ่มครึ่งแล้ว วันนี้ก็กว่าจะออกจากออฟฟิศน่ะสิ ปาเข้าไป สามทุ่มครึ่ง จะสี่ทุ่มแล้ว..จนยามต้องขึ้นมาเตือนว่าหมดเวลาแล้วครับ (พอดีขอเค้าไว้แค่นั้นอ่ะ--มันเป็นกฎที่ต้องบอกเวลาเค้าว่าจะอยู่ถึงกี่โมง) ....อะไรมันเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนั้นนะเนี่ย....พอมีงานก็ทำๆมันเข้าไป... สาเหตุก็เพราะงานนรกเข้ามาอีกแล้ว มีงาน อีก 2 งานต้องส่งก่อนวันเสาร์ ซึ่งก็หมายความว่าวันศุกร์ใช่มั๊ยอ่า....พี่ต้อมเล่นมาถามกันว่าจะทำทันมั๊ย ??..แล้วจาให้อิ่มก่ะหญิงตอบว่าไร ก็ต้องทันอ่ะดิ...หุหุ เอาอีกแล้วน๊า..ชอบมาให้งานที่ใช้เวลาแล้ว time frame สั้นๆอีกแล้ว...ไม่ได้หลับได้นอนกันพอดี... ไหนจะต้องทำ product grouping ก่ะ market coverage แถมไม่ได้วิเคราะห์ธรรมดาให้ทำ present อีก ..รู้สึกช่วงนี้เป็นไรหว่าทำไมได้ทำ present งานบ่อยจัง ??? ..คิดแล้วก็กลุ้มจะทันมั๊ยเนี่ย..ยิ่งมาเจอหัวหน้าแบบเจ๊ระเบียบด้วยเนี่ย..นิดหน่อยไม่ได้ create สุดๆๆ....ลองดูซักตั้งล่ะวะ!!!... อย่างน้อยก็ safe เข้า thumb drive มาละ ดีใจๆๆๆ..ได้จากที่ทำงานฟรี 1 GB...ขอบอกว่าเริ่ดมากๆๆๆ..ไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือ thumb อ่ะ ..อันเล็กอย่างก่ะซิมโทรศัพท์มือถือ จิงๆนะ..เห็นตอนแรก ว่าจะโทรไปถามคนที่ส่งมาให้แล้วว่าของอยู่ไหน ดี..ไม่โทร เกือบไปโชว์โง่ซะงั้น...โชคดีที่พี่เอก และพี่ต้อมไหวตัวทันลองเอาไปจิ้มๆเสียบๆดู..ปรากฎ..มันคือ thumb จิงๆด้วยอ่ะ...โคตรกลัวหายเลย ..เลยต้องลำบากหาตัวห้อยใหญ่ๆมาห้อยมันอีก..ไม่รู้จะดีใจแทนคนคิดรึเปล่าที่พยายามคิดให้เล็ก แต่คนได้ก็เอามาทำซะให้ใหญ่ซะขนาดนั้น (ก็แต่ละคนเอาตุ๊กตามาห้อยกันอย่างไม่ปราณี หาซิม thumb แทบไม่เจอ 55)
เข้าเรื่องทื่บอกว่า หิวอ่ะ ....ก็กลับบ้านมามันดึกแล้วไม่มีไรให้ทานแล้วอ่า เลยเปิดตู้เย็นได้ไข่ต้มมา 2 ใบ (ตั้งแต่คราวนู้นที่พี่เอกเอามาให้) และก็ได้โจ๊กซองมา 1 ถุง..เลยปฏฺบัติการ กินโจ๊กก่ะไข่ต้ม 2 ฟอง แต่มันก็ไม่อิ่ม อารมณ์อยากกินข้าวนี่นา...เลยพาลให้หงุดหงิดนอนไม่หลับ....แต่ว่าเดี๋ยวก็จะไปอาบน้ำแล้วล่ะ คิดว่าไปนอนเก็บเอาแรงไว้ทำงานพรุ่งนี้ดีกว่า ดูท่าทางแล้วน่าจะยาว....เฮ่อ...กลุ้มใจ ..(อ้าวกลุ้มอีกแล้วตู!!)
นี่ๆๆ..มีข่าวดีด้วยล่ะ...(ไม่กลุ้มแล้ว) พรุ่งนี้..ตื่นสายได้...เย่ๆๆๆๆ...เพราะว่าทำงานแบงค์ข้างบ้าน ดีๆๆๆ ก่ะว่าจะตื่นเช้าไปนั่งทำงาน ที่ starbuck ซะหน่อยเอาให้เพื่อนใน team surprise เลยว่าอิ่มมาก่อน วุ้ย5555.....นานๆที จะมีโอกาสมาก่อนชาวบ้านเค้า แหะๆ
.....................................
by the way ช่วงนี้ไม่มีคนมาชวนไปกินข้าวเลย.. แต่...ถึงจะมาชวนตอนนี้ก็คงจะสายไปเสียแล้วล่ะ ก็...อย่างที่บอกงานมันมาสุมหัวอีกรอบแลวอ่ะแถมส่งวันศุกร์ด้วย....ง่าๆๆๆๆๆๆๆๆ.........อยากไปอ่ะๆๆๆๆ...อยากเจอทุกคนๆๆ..คิดถึงทุกคนๆๆๆ...miamivice ก็ยังไม่ได้ดูเลย..มีคนใจร้ายบอกจะไปดูด้วยแต่หนีเราไปสิงคโปร์ซะงั้น...
อิ่มจัง
ป.ล. ไปทานข้าวเที่ยงที่ร้านเย็นตาโฟมา เราสั่งวุ้นเส้นต้มยำ อร่อยดีอ่ะ..ติดใจๆ..ไว้ไปกินอีกดีกว่า..
ป.ล. อีกครั้ง แม่โทรมาบอกแล้ว..ว่าน้ำท่วมไปแล้วเรียบร้อย ตอนนี้ย่าการ์ผู้น่ารักของเรา เลยอพยพมานอนที่บ้านอย่างเช่นเคย..คราวนี้แม่บอกว่าทำลายสถิติเก็บของ 2 ชั่วโมงเสร็จ 55...เห็ฯป่าว มี learning curve แล้วนะเนี่ย....
|
|
|