| pongpanor's profile•°o.O+*¨^¨*+ `·.¸¸.·Welc...PhotosBlogLists | Help |
|
September 29 เซ็งเป็ดใครเคยอ่านเซ้งเป็ดบ้าง????
เมื่อคืนเราเพิ่งไปโหลดมา
และก็วันนี้เช้าเอาไป print ที่ office แฮ่ๆๆๆ ร้อยกว่าหน้าเอง
ก็อ่านะ ใช้ให้เป็นประโยชน์นิดนึง
ระหว่างประชุมช่วงเช้าที่มีหน้าที่เข้าไปและก้แสดงควาคิดเห็นประปราย แอบใช้ความชุลมุนของการมีคนเข้าประชุมเยอะมาเป็นข้อได้เปรียบของการแอบอ่านเซ็งเป็ดของเรา
ก็อ่านไป อ่านมา ปวดหัวบ้างเล้กน้อย มันจะกู จะมึง อะไรนักหนา มึนหัวไปเลย ไม่รุ้กูน่ะกูไหน แล้วก็มึงไหนเนี่ย
แต่ได้ข่าวว่าคนเข้าไปอ่านกันเยอะมากในพันธ์ทิพย์ จนเวบด๋อย (เดี้ยง) ไปช่วงนึงอ่ะ
ไงก็ไปลองหาอ่านได้ หรือใครอยากได้ก็บอกมาจะ fw เมลล์ไปให้อ่านนะ
โอเช
คืนนี้เท่านี้แหล่ะ ไปอาบน้ำและอ่านเซ็งเป็ดต่อ ดีกว่า....ต่ตอนนี้เซ้งพี่เอ็มอ่ะคุยโทรศัพท์เสียงดังข้างๆเรา งุงิๆๆๆ
อิ่มจัง
September 28 it's called "love"ติดละครแล้วครับพี่น้อง (- -!!)เมื่อกี๊เพิ่งดูแก้วตาพี่ จบไป เป็นละครใหม่ช่องสาม ที่คาดว่าคงจะเรียกเรตติ้งดีไม่น้อย
ก้วันนี้วันแรก ก้ทำเอาเราผู้ไม่ค่อยชอบดูละคร นั่งนิ่งจ้องอยู่หน้าทีวีต่าแป๋วๆ ได้น่ะค่ะ
ทั้งพี่ติ๊ก ที่รู้สึกว่าหล่อน้อยลง หรือว่าน้องเชอรี่ที่ยังคงสวยน่ารักเหมือนเดิม ก้ทำเอาเราติดแหง่กกะละครเรื่องนี้ไปแล้ว
สงสัย งานนี้ต้องดุทุกวันที่มาฉายซะแล้วเนี่ย....
ดูแล้วอิ่มก่ะพี่เอ็มบอกว่าตกหลุมรักนางเอกเข้าให้ ก้เพราะน้องนางเอกน่ารัก ช่วยเหลือพระเอกที่ตาบอด อย่างใจดี๊ ใจดี หาที่ไหนไม่ได้
อย่างนี้ไม่รักก็คงจะแปลกอยู่ เลยทำให้พระเอกต้องจับนางเอกมาจดทะเบียนแล้วค่อยมาเผยความจริงทีหลังว่าตนน่ะไม่ใช่ นายชิดคนประมง ง่อยๆ จนๆ ที่ไหนนะ แต่เป็นถึงคนมีกะตังค์ที่บรรดาสาวๆหมายปองกันเนี่ยสิ
อ่า....เรื่องมันชักชุลมุน สนุกๆ ตามสไตล์น้ำเน่าแล้วเนอะ แต่ว่าก็จบไป....ง่า....อยากดูอีก งุงิงุงิ
..........................
ทำไงดี หลังจากเพิ่งอ่านนิยายน้ำเน่า blide date ไปจบไม่ทันไรก็มาติดละครน้ำเน่ากว่าอีก เออ...สงสัยชีวิตนี้จะไม่พ้นพวก soap opera ซะเนี่ยเรา
วันก่อนระหว่างรอคนบางคนที่ไม่มาตามนัด เลยแวะไปร้านหนังสือที่ big c (ข้างโรงแรมอโนมาที่ไปอบรมเรื่อง market research มาสามวัน) เลยได้หนังสือมา อีกสองเล่มยังไงก็ยังหนีไม่พ้น อดใจไม่ได้ที่จะซื้อนิยายเพ้อเจ้ออีกจนได้ ....ตอนแรกก่ะว่าจะหาอ่าน devil wears prada เอาไปอ่านก่อนไปดูหยังแต่ไม่มีแฮะ สงสัยคงเลิกขายไปแล้วเพราะว่ามันมานานแล้วมั่กๆ จนหนังเค้าทำเป็นเรื่องเป็นราวออกมาแล้วเนี่ย...เลยเปลี่ยนแผน ไปหาหนังสือฝรั่งดีกว่า ได้ sex and the city version english มา...หลังจากที่อยู่ดีๆก้อยากดู series แต่ยังหายืมจากใครไม่ได้อ่ะ แบบว่าไม่เคยดุ....เลยต้องปลอบใจตัวเองด้วยหนังสือไปก่อนอีกแล้ว
หลังจากเสียเงินจนได้ที่ เล่มเกือบ สี่ร้อยแน่ะ...คู่ปรับก้ถึงจะมา เฮ่อ...ถ้ามาเร็วกว่านี้อิ่มก็คงจะไม่เสียเงินเนอะ...เลยชวนกันไปทานหมุกะทะแถวนั้น ทานอยู่ดีๆ ฝนตกมาโครม!!! เลยอ่ะ....โห อะไรมันจะ romantic ขนาดนั้น กินหมูกะทะท่ามกลางสายฝน แต่ว่าไม่ไหวอ่ะ เลิกกินเลยละกัน เค้กก้ไม่ได้ซื้อ--ที่โรงแรมนารายณ์น่ะ เค้าชอบเอาออกมาขายลดราคาอีกทีตอนเย็นๆ อร่อยๆมั่กๆๆๆ อิอิ...แต่ไงก้แล้วแต่ วันนี้ไปเรียนวันสุดท้าย ก้ได้ซื้อเค้กจนได้ กวาดไปหลายชิ้นและก็ซื้ออฝากเสี่ยด้วย...แบ่งๆกันอ้วนไป หร่อยๆๆๆๆ
วันนี้หลังจากเรียนเสร็จ อดดูหนังไปตามระเบียบ เพราะว่าลืมโทรศัพท์--นิสัยเฟอะฟะเหมือนเดิม
กลับบ้านมาดูมีตั้ง 17 missed call ตรูจะบ้าตาย!!!...
โทรกลับไปหาพี่น้อง ได้ข่าวว่ามีคนจะเบี้ยวไม่ยอมไปตลาดน้ำ ไอ่น้องตาลนะไอ่น้องตาล เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปรุมที่ทำงาน อุตสาห์จะไปเลี้ยงส่งนอกสถานที่ซักกะหน่อย ฮึ่ม!!
ส่วนอีกคน---พี่เอกก้ไม่ประชุมแล้ว ว่างแล้ว แต่...ติดต่อกันบ่ได้....วันนี้นัดเลยล่มสลายไป แป่ว!!
อิ่มเลยเปลี่ยนแผนไปทานข้าวก่ะพี่เอ็ม และก้หาไรนิดหน่อยให้เป็นของขวัญวันเกิดเพื่อนปู..ที่ยังไม่ได้ไป hbd เลย ความจริงล่วงเลยมาเป็นเดือนแล้ว อ่า...คงไม่เป็นไรเนาะ
รับรองเห็นของขวัญของอิ่ม แล้วต้องชอบแน่ๆๆๆ...in trend สุดๆๆ น้องหมีมีเพชรด้วยน๊า--บอกแค่นี้พอเดี๋ยวเจ้าตัวรู้ก่อนจะไม่ surprise หุหุ
อิ่มจัง
ป.ล. วันนี้ไปอบรมมาเค้ามีจับฉลากด้วยนะ ไม่อยากจะบอกเราเป็น หนึ่งในผู้โชคดีด้วย
ไม่อยากจะเชื่อ ได้หนังสือเล่มใหญ่อย่างดีของราชินีเลยล่ะ สงสัยปีนี้บุญคงหมดไปก่ะหนังสือเล่มนี้แล้วแน่ๆเลย...
เฮ่อ ทีตอนนั้นเค้าจับ dvd อะไรเงี๊ยกันไม่รู้จักได้เนอะ !!!
September 24 go to paragon...กลับมาบ้านแล้วพี่น้อง
ดู world trade center มาแล้วดุอึดอัดนิดหน่อย สงสารชาวโลกด้วยกันเนอะ
เรื่องนี้ทำเราน้ำตาซึมๆ บ่ดาย ไม่ถึงก่ะหยดแหม่ะๆ
แต่ก้ทำให้อึอัดได้พอตัวอยู่ ก็สงสารและก็เห็นใจคนในครอบครัวของพวกเเหล่านั้นนี่นา
พระเอก พอรอดได้ บอกก่ะแฟนตัวเองว่า you help me alive!!!...ใครไม่ซึ้งแต่อิ่มซึ้งไปแล้ว
ฮือๆๆๆ....จะมีใครมาพูดแบบนี้ก่ะชั้นมั๊ยเนี่ย...(แต่ขออย่าให้มีไรพังทับใครอีกเลย)
อีกอัน...คือการให้กำลังใจกันและกัน ระหว่างเพื่อร่วมทุกข์ด้วยกัน
หลายอยางทำให้เรารู้ว่าเราโชคดีแค่ไหน เมื่อเรารู้ว่ามีใครอีกหลายคนทุกข์กว่าเรายิ่งนัก
บางครอบครัวไม่รุ้เลยว่าคนรัก หรือลูกหลานเค้าอยู่ที่ไหน เป็นยังไง รอได้แต่เพียงฟังข่าวร้ายๆเท่านั้น
ซึ่งภรรยาพระเอกยังโชคดีที่รู้ว่าตอนนี้ status ของพระเอกเป็นยังไง...............
เรื่องนี้ อย่างที่บอกไปดูพารากอน ชอบอ่ะ สวยดี โรงก้ใหญ่ดีนะ ที่นั่งสะดวกสบาย แถมห้องน้ำดีมากๆ สะอาด และก้เพียงพอไม่ต้องรอนาน
ชักจะติดใจ พารากอนแล้วดิ .....(ก้เพิ่งเคยไปดูหนังที่นี่ครั้งแรกอ่ะ)
หลังจากดุหนังเสร็จ เดินผ่านร้าน zara เลยขอแวบหน่อย เพราะว่าได้ยินมาเยอะว่ายี่ห้อนี้เค้าดัง
ไม่ผิดหวังจิงๆด้วย บอกได้คำเดียวว่า
ชอบอ่ะ............
ถ้าไม่ติดว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและเดือนนี้เจ๊กรอบมั่กๆ คงจะต้องได้ไรติดไม่ติดมือบ้างแล้วล่ะเนี่ย
เสื้อผ้ามีหลายแนวแต่เรียบโก้ทั้งนั้น สวยดี
ความจริงเรามี zara 2 ตัวแล้ว แต่ว่าไม่ได้ซื้อที่ shop เฮ่อ....โคตรเซ้งตัวนึงสีขาวใส่เครื่องดั๊นไปโดนสีชมพูเข้า ตกสีซะงั้นไม่น่าเลยตรู
ที่สำคัญตัวไหนไม่โดนดังมาโดนน้อง zara ตัวนี้ด้วยนะ เซ็งเลย....
โหย....ทำไมมันร้อนอยางนี้เนี่ย???
อ้อ....ไม่ได้เปิดแอร์นี่เอง โฮะๆๆๆๆ....เหมือยอยู่ห้อง sauna เลยอ่ะ
ไม่ไหวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ......ค่าแอร์แพง
im chan
เขียนบ๊อกๆๆไปพารากอน
ไปดูหนังเรื่อง world trade center ที่นำแสดงโดย นิโคลัส เคจ อดีตสุดหล่อนัยต์ตาชวนฝันแบบหมาน้อยขี้อ้อนเมื่อวันวาน
แต่...
ตอนนี้เค้าเปลี่ยนไป หนังเรื่องนี้ดุเหมือนจะแก่ไปเยอะแฮะ งงจัง????
แฮ่ๆๆ นั่นแหล่ะเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม สุดหล่อของชั้นเลยเป็นอดีตไป(ง่ายๆแบบนี้แหล่ะ )
................................
เมื่อเช้าตื่นมาอ่านหนังสือ กลิ้งปมาได้อีกหลายหน้าอยู่
คาดว่าคงจะอ่านจบในเร็ววันนี้แล้ว
งานนี้รู้ๆทั้งรู้ว่านางเอกก่ะพระเอกก็ต้องสมหวังกัน แต่ตรุก้ยังอุตสาห์อ่านที่มันงอนกันไปงอนกันมาเฮะ
สงสัย เป็นเพราะว่าเสียดายเงินที่ซื้อมาเล่มล่ะหล่ยร้อยเนี่ยเอง
นี่แหล่ะน๊า....ผลของการบ้าซื้อเข้าไปตอนสัปดาห์หนังสือครั้งนู้น จนตอนนี้มันจะมาอีกรอบยังอ่านไม่หมดเลยเนี่ย
แต่...มันห้ามใจไว้ไม่ไหวน่ะ เห็นหนังสือที่ไรอดซื้อไม่ได้ เหมือนได้ความสุขเพิ่มมาอีกเล้กน้อย
แต่ไม่เคยอ่านทันซะที
เมื่อคืน นั่งอ่านหนัวสือของ ริณ เลียววาริณทร์....นักเขียนคนโปรอดของดิชั้นเอง
มีประโคนึงสะดุดใจมาก
เรื่องมีอยู่ว่า พ่อแม่ชอบห้ามไม่ให้ลุกอ่านหนังสือการ์ตูน อยากให้อ่าน พวกฟิสิกส์ เคมี ชีวะ หรืออะไรทีเป็นสิ่งประเทืองปัญยามากกว่า การ์ตูนไปวันๆ
จึงได้จัดการส่งเด้กนี่มาหาศาสตราจารย์ท่านนึง เพื่อหวังว่าคงจะสอนเด้กน้อยได้ถึงการอ่านหนังสือที่ดี
แต่ผลกลับไม่เป็นอย่างนัน้น
ทว่า....
ศาสตราจารย์กลับบอกว่าที่ทำอยู่น่เด้กไม่ได้ทำผิดตรงไหน
การอ่านการ์ตูนน่ะไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด
แต่..............
การอ่านแต่การ์ตูน อย่างเดียวมากกว่า คือสิ่งที่ผิด
ท่านอาจารย์บอกว่าในชีวิตของเรา มีหนังสือที่ดีอีกมากมาย ที่เราควรจะได้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ สังคมวิทยาทีทำให้รูว่าเราควรอยู่ร่วมกันยังไง
หรือหนังสือฟิสิกส์ ที่ทำให้เรารู้ว่าทฤฏีต่างๆเป็นยังไง และอื่นๆอีกมากมาย
ที่เยอะมากจนเราไม่สามารถจะอ่านในชีวิตเดียวนี้ได้หมดหรอก
เพราะฉะนั้น ยังมีหนังสือดีๆอีกเยอะให้เราได้อ่าน ได้ค้นคว้า....
เห็นป่าว....
รีบๆไปหาหนังสืออ่านกันซะนะ
bye bye
im chan
ปล. เบื่อคนป่วนวุ๊ย..ไม่มีสมาธิ up blog เลยชั้น
September 23 weekend again..why it's so fastyo yo!!!
i wake up 10.30 am and find somthing new to start...
just only one thing appear in my mind is "nana cartoon book"...
so, i may run out to rent all of them....
sound good??? but sound waste the time,right???.....
can't help,it's my weekend niii naaa....i only choose my favourite to be in my list...hihi
friends,..what do u plan to do on this weekend ??? ...share me some
im chan September 22 mother's dayแบบว่าเขียนไว้นานแล้ว ให้แม่ไปแล้ว เลยอยากเอามาเก็บไว้ใน blog ตัวเอง (ไม่ต้องอ่านหรอกน๊า)...ถึงแม่ติ๋ว ..แม่ที่น่ารักที่สุดของลูก
รู้สึกว่านานมาแล้วที่อิ่มไม่ได้เขียนจดหมายหาแม่เลยค่ะ....หลายๆครั้งก็เป็นการ์ดเล็กๆน้อยๆ..ไม่ได้เขียนอะไรมากมาย วันนี้เนื่องด้วยวันแม่แห่งชาติเลยขอถือโอกาสนิเศษนี้เขียนจดหมายแสดงความความรักที่ลุกคนนี้มีต่อแม่อันเป็นสุดที่รัก..( ซึ่งความจริงแล้วทุกวันก็เป็นวันแม่อยู่แล้วน่ะค่ะ.......เพราะแม่ก็แม่ที่น่ารักของพวก เราๆตั้งแต่แรกให้กำเนิดเราเลย)
ถ้าจะให้เริ่มคิดตั้งแต่อิ่มจำความได้....อิ่มก็มีแม่เนี่ยแหล่ะที่เป็นคนที่ใจดีที่สุดก่ะอิ่ม ซึ่งแน่นอน...พ่ออ๊วดน่ะเป็นข้อยกเว้น 555..เพราะว่าตอนพวกเราเด็กๆ..พ่ออ๊วดน่ากลัวมั่กๆ ก็เพราะว่าพ่ออ๊วดชอบมีอุปกรณ์ข้างกายที่แสนน่ากลัว เช่น ไม้เรียว..เพราะพ่ออ๊วดน่ะถ้าพวกเราเอะอะอะไรนิดหน่อยก็ตี ดีนะที่ขาไม่ลายจนมาถึงตอนโต ...แต่แม่ไม่เคยตีอิ่มเลย ซึ่งทั้งพ่ออ๊วดและแม่ติ๋วก็มีวิธีการสอนลูกไปคนละแบบ ซึ่งอิ่มคิดว่ามันก็ดีนะคะ เหมือนกะหยิน-หยาง ประมาณนั้น คนนึงใจร้อน โหดๆหน่อย ส่วนอีกคนก็ใจเย็น ใจดีมาก.....
เรื่องการเลี้ยงดู.....แม่เลี้ยงพวกเราให้โตมาเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี มีน้ำใจกับคนอื่นๆ เหมือนที่แม่เป็นจนบางที พวกเราก็รู้สึกว่าแม่โดนเอาเปรียบมากเกินไปรึเปล่า.... แต่ว่าแม่ไม่เคยคิดอย่างนั้น....... ใครที่แม่สามารถช่วยเหลือได้ แม่ก็จะช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ จนพ่ออ๊วดมักจะบอกว่า...เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด....แต่ว่าแม่ก็ไม่เคยเข็ด ถึงแม้ว้าเอ็นแม่จะขาดแล้วตั้งหลายครั้ง...55...เพราะฉะนั้นเลยทำให้ใครๆที่ได้พบเจอหรือรู้จักแม่ ก็อดที่จะรักแม่กันไม่ได้ทั้งนั้น...แถมนอกจากนี้ใครๆก็ชมว่าแม่ของเราน่ะสวย ...เก่ง..แถมใจดีมากๆ ...เป็นคุณแม่ในฝันของใครหลายคนก็ว่าได้.....
พูดถึงเรื่องความสวย แม่เป็นคนสวย แต่ว่ามักจะไม่มีเวลามาดูแลความสวยของตัวเองเท่าไหร่ คงเป็นเพราะว่าแม่มีลูกตั้ง 3 คน...ใครๆรู้ก็ถึงกับต้องตาโต เมื่อรู้ว่าแม่มีลูกแบบ ติดๆกัน หัวปี ท้ายปี...แถมชมว่าแม่น่ะเลี้ยงเก่งนะเนี่ย....ซนกันจนเป็นลิงแล้วก็ยังไม่เหนื่อยที่จะเลี้ยง เพราะอายุแต่ละคนไล่เลี่ยกันขนาดนั้น ประมาณว่าทะเลาะกันทุกเช้า..คิดย้อนไปแล้วก็เหนื่อยแทน อิ่มก็อดคิดไม่ได้ว่าแม่เลี้ยงลูกลิงๆอย่างพวกเรามาได้ไง???…
นอกจากความสวยที่แม่ไม่เคยเป็นรองใครแล้ว เพราะแม่มักบอกกับพวกเราด้วยความพากภูมิใจว่า แม่น่ะเป็นนางเอกละครโรงเรียนเชียวนะ...เป็นถึงนางเอกอุตระ......และพ่อก็มักจะแซวสนับสนุนด้วยว่าขนาดพระยังต้องเอาของมาให้ถึงบ้านเลย (แทนที่เราต้องเป็นคนเอาของไปให้พระ).....เห็นมั๊ยแม่เรามีรับประกันความงามอย่างชัดเจน...ว่ากันชัดๆเรื่องความงามแล้ว อิ่มยังไม่ได้ถึงครึ่งแม่เลยนะ ..เพราะใครๆก็มักจะบอกว่าอิ่มน่ะหน้าตาไม่เหมือนใครในบ้านเลย แต่ยังโชคดีหน่อยที่ญาติๆพากันลงความเห็นว่า อิ่มน่ะเหมือนคุณทวด...ตอนเด็กๆอิ่มจำได้ว่า อิ่มร้องไห้งอแงใหญ่เลย เพราะว่าอิ่มไม่อยากเหมือนคุณทวดน่ะสิ..ก็คุณทวดน่ะ 80 กว่าๆแล้ว แก่แล้ว อ่ะ อิ่มก็นึกว่าเราแก่-เหี่ยว เหมือนคุณทวด...แต่พอมานึกถึงตอนนี้แล้วแอบดีใจนิดหน่อยนะคะ เพราะว่าคุณทวดน่ะหน้าตาออกจะน่ารักออก(เหมือนญี่ปุ่นเลยนะ) .... ทำให้นึกถึงตอนแก่เลยว่าหน้าตาเราจะเป็นยังไง ..พี่เอ็มก็มักจะบอกประจำว่าอิ่มน่ะแก่ไปหน้าตาเหมือนคุณทวดแน่ๆๆ......อืม....ถ้าจะให้วิเคราะห์...จากการคาดคะเนของอิ่มแล้วเนี่ย ที่คิดว่าอิ่มเหมือนคุณทวดคงเป็นเพราะว่าอิ่มขาว คนเดียวในบ้าน เพราะพี่เอ็ม อาม ก็ออกจะดำหน่อยๆ แต่อิ่มน่ะเด็กขาวมาเลย แม่ชอบแซวว่าเก็บจาก(ถังขยะ)ข้างบ้าน....ว่าไปก็มีหลายอย่างนะเนี่ยที่ทำให้อิ่มรู้สึกว่าเราไม่เหมือนพี่น้อง แถมมีคนชอบมาบอกอีกว่า เป็นลูกคนกลางคงต้องมีปัญหาแน่ๆ...แม่รักน้อยสุดบ้างก็มี ...แต่...พูดความจริงเลยนะแม่นะ....อิ่มไม่เคยรู้สึกว่าแม่รักลูกไม่เท่ากันเลย(จิงที่สุดเลย)... แม่มักจะบอกว่าแม่รักลูกทุกคนเท่ากันเสมอ.....ซึ่งอิ่มก็รู้โดยที่แม่ไม่จำเป็นต้องพูดอยู่แล้วค่ะ....แต่ว่าอิ่มอาจจะรู้สึกว่าแม่จะเป็นห่วงอิ่มมากว่าพี่เอ็ม อาม หน่อย เพราะว่าอิ่มมักจะเชื่อใจคนอื่นเกินไป จนเป็นอันตรายก่ะตัวเองได้....ซึ่งเรื่องนี้แม่ก็ชอบสอนและอิ่มก็เข้าใจเป็นอย่างดี......เพราะฉะนั้นถ้าใครจะมาคิดว่าเราเป็น Wednesday child แล้วมีปัญหาล่ะก็ คิดผิดซะแล้วนะ.......แม่เราเลี้ยงเรามาอย่างดีจ้า......
ตอนเด็กๆแม่มักจะชอบบอกว่ามีโอกาสเรียนอะไรก็เรียนไป ......อาจจะเป็นเพราะตอนเด็กๆแม่อยากเรียนนู่นนี่แต่ไม่มีโอกาส เลยมาลงที่ลูกหมด ...เมื่อก่อน (อีกแล้ว) ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเรียนเยอะขนาดนั้น ทั้ง เรียนเทนนิส ว่ายน้ำ บัลเล่ต์ เปียโน....ก็เสาร์-อาทิตย์น่ะอยากอยู่บ้านเฉยๆบ้าง ไม่ต้องกลับจากเลิกเรียนมาก็ซ้อมเปียโน...หรือว่าไปว่ายน้ำอะไรทั้งนั้น....แต่...มาถึงตอนนี้...เข้าใจเลยล่ะว่าทั้งหมดเนี่ย....ที่เป็นได้ถึงทุกวันนี้ ก็เพราะแม่....ถ้าแม่ไม่คะยั้ยคะยอให้พวกเราๆเรียนนู่นนี่ เราก็คงเป็นเด็กธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่รู้จัก กีฬา หรือดนตรี ที่ทำให้เรารู้ว่าเราชอบอะไร....หรือเกลียดอะไร555.......เพราะฉะนั้นพวกเรา 3 คน เอ็ม อิ่ม อาม ก็คือ ความหวัง และภาพสะท้อนของแม่ในอดีตที่ขาดโอกาสในเรื่องพวกนี้......ขอบคุณนะคะแม่ติ๋ว....ที่คะยั้นคะยอพวกเรา...ทำให้อิ่มสามารถเอาไปเขียนใน resume ได้เรื่องความสามารถพิเศษ หรือมีทักษะด้านกีฬาเป็นพื้นฐานบ้างถึงจะไม่มาก.......แต่นั้นไม่มากเท่ากับที่แม่สอนให้รู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และเป็นการฝึกสมาธิไปในตัวด้วย แถมเป็นการเข้าสังคมและ/หรือ เสริมสร้างบุคลิกภาพให้กับเราอย่างไม่รู้ตัว (ในกรณีบัลเล่ต์ เป็นต้น )....
พอโตขึ้นมา...แม่ก็ยังคงสนับสนุนเราไม่หยุดหย่อน ทั้งเรื่องการเรียน หรือเรื่องงานบ้านอื่นๆ...พูดแล้วก็คิดได้ว่าตัวเองเป็นลูกที่ใช้ไม่ได้อย่างแรง เพราะมักจะขี้เกียจทำงานบ้างที่สุด ..แม่ขอให้ตามผ้า ล้างจาน กวาดบ้าน ...อิ่มก็ชอบอู้..บอกว่า เดี๋ยวก่อนๆ....และก็ไม่ได้ทำซักกะที...จนแม่กลับจากทำงานมาก็ต้องมาเจอสภาพผ้าเน่าๆที่ค้างไว้ในเครื่องซักผ้าบ้าง หรือกองจานที่ไม่ได้ล้างบ้าง..แม่ก็จะบ่น แต่ก็ไม่ว่าอะไรมากมาย เพราะแม่ก็จะจัดการต่อเอง ปล่อยให้พวกเราๆ..ลิงๆทั้งหลาย อ่านหนังสือสอบกันไป ...แม่ไม่ว่าอะไรเพราะว่าแม่มักจะให้เหตุผลไปว่า...พวกเราเรียนหนัก ต้องอ่านหนังสือ......จนถึงตอนนี้อิ่มคิดว่ากรรมคงตามทันแล้วล่ะค่ะ...เพราะว่า...พี่เอ็มก่ะอามก็เรียนหนัก...ห้องรก บางครั้งอิ่มกลับจากที่ทำงานมาก็ต้องมาล้างจาน เก็บห้องให้ก่ะพี่ๆน้องๆที่เคารพเช่นกันค่ะ...ก็ไม่อยากบ่นมากเพราะว่าอิ่มก็เข้าใจว่าเรียน ดร. น่ะก็คงลำบาก...ทุกครั้งอิ่มก็นึกถึงแม่ตลอดเลย....เห็นป่าวว่า..กรรมมันตามทันจิงๆเนอะ.....
“ รักแม่ติ๋วมากที่สุดเลยนะคะ Happy mother’s day…”
September 21 my meal...เขียน บ๊อกๆๆ
หวัดดีค่ะ
ตั้งแต่มีรัฐประหาร ในระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ( เอ่อ..ยาวจัง)...ทำให้ท้องถนนดุเงียบ คนไม่ค่อยออกไปไหนกันเท่าไหร่เลยเนอะ
วันก่อน ตกเป็นหนนึ่งในสถานที่ห้ามเปิด (พูดเป็น pub ไปได้เนอะเราเนี่ย) คือ ว่าไม่ต้องมาทำงานไง
ธนาคารก็เป็นหนึ่งในหลายๆหน่วยงานที่ไม่ต้องทำธุรกรรมใดๆ คงกลัวว่าจะมีการโอนย้ายทรัพย์สิน ...หุหุ แต่ได้ข่าวว่าพนักงานบางคน ในบางส่วนงานยังต้องมาอยู่เลย น่าสงสารพวกนั้นเนอะ เพราะว่าเค้าต้องทำเรื่องเกี่ยวกับปรับอัตราหนี้ไรพวกนี้ไง...เลยต้องมาปรับ มาดู ไม่งั้น account ลูกค้าแย่เลย ความจริงก็ยังไม่เข้าใจไรมากหรอกนะว่าระบบธนาคารเราเป็นไง แต่ก็นะ ...หน้าที่ใครก็ทำไป ส่วนเรานอนอยู่บ้านตีพุง
บ้านเราออกจะใกล้กองทัพบก อยู่ใกล้ๆตรงสนามเป้านี่เอง ความจริงก้อยากจะออกไปดู รถถัง เสมือนหนึ่งเป็นงานวันเด็ก แต่แม่รู้คงจะเรียกมาเทศนาซะยาว แต่ทำไมล่ะก้สื่ออกทีวีให้เห็น เด้กเล็ก เด้กโต ก็ยังออกไปถ่ายรูปกันเต็มเลย ทหารก้กลายเป็นหุ่นเล่นของพวกชาวบ้านไปซะเนี่ย แถมต้องมีหน้าที่เพิ่มที่คอยรับดอกไม้จากพวกๆชาวบ้านอีก.....
สรุป เลยอดเห็น รถถังตัวเป็นๆเลยอ่ะ ..... อารมณ์เหมือนงานวันเด็ก ปีนี้มันมาเร็วกว่าปกติ....ก้แค่นั้นเอง
........................................................................
ไม่รู้ว่าสืบเนื่องมาจากการรัฐประหารครั้งนี้รึป่าวเนี่ย....ทำให้วันนี้การจราจรทางบก มันติดขัดได้ขนาดนี้ ขนาดบนทางด่วนเนี่ย ส่งผลให้ข้าน้อย ถึง office ราวๆ 9.30 ได้ สายโคตรๆๆๆ....ก่ะว่าจะรีบมาทำงานซะหน่อย เพราะเมื่อคืนดันอู้ไป แถมมาถึง office มีงานเข้ามาให้อ่านเพิ่มอีก อันเก่าก็อ่านไม่ทัน อันใหม่ก้เข้ามา โห....อย่าให้พูดถึงเลย อ่านๆๆๆ ....อ่านยังไงก็ไม่ทัน เลยช่างหัวมัน (หัวตรูน่ะแหล่ะ หุหุ) ...แถๆๆๆ ไปในห้องประชุมเอาตัวรอดไปเรื่อยๆก้ได้ฟะ เนียน.....
เหนื่อยง่ะ ประชุม นัดไว้ 2 ชั่วโมง แต่ลากกันยาวไปตั้ง 4 ชั่วโมง....ทำไปได้ไงเนี่ย.....แต่ก้ดี จะได้จบๆกันไป project บ้าไร ทำกันตั้งนาน แต่อย่างว่ามันยากอ่ะ ขนาดเรา invlove ด้วย ดูตั้งหลายรอบ ก็ยังต้องทำความเข้าใจอยู่เรื่อยๆ มาคุยกันกี่ครั้ง ก็ยังต้องปรับกันทุกครั้งอยู่ร่ำไป คาดว่าคงจะปรับเรื่อยๆจนถึงวัน present น่ะแหล่ะ ....
หุหุ อย่างว่าแหล่ะ project ตั้ง 4 ล้านกว่าๆ ยังไม่รวม workshop อีกนะ รวยเละไปเลยเนอะ พวก supplier เนี่ย.....ดีจังวุ้ย!!!
การทำงานก่ะคนออสเตรเลีย ....บรึ๋ยๆๆ ตอนแรกไม่อยากเลยง่ะ เพราะว่าเราไปเข้า workshop อันนึง ฟังไม่รู้เรื่อง มันพุดไรกันเนี่ย สำเนียงออสซี่นี่...มันเข้าใจยากจิงๆ แต่....อย่างว่ามันต้องพอมี learning curve กันบ้าง ทำกันมาเกือบปี วันนี้ก้พอฟังสำเนียงออสซี่ได้บ้าง ....แต่ยังยากอยู่ดี โชคดีที่เจอฝรั่งใจดี....เลยสบายนิดนึง...แต่ไงก็ต้องสู้ต่อไป ....วู้ๆๆๆๆๆ
................................................................
สามทุ่มครึ่งแล้วล่ะเนี่ย.....มีคำสั่งปฏิรุปการปกครองออกมาเรื่อยๆเลยล่ะ ตามไม่ทันแล้วง่ะ ไปฟังก่อนดีกว่า....
![]() im chan
ป.ล. ภาพไม่เข้าก่ะรูปเลยเนอะ แต่น่ารักใช่ม๊า
September 18 tsumaranai toki wa...konbanwa
ashita happyoukai ga attemo mada junbi shiteokinai....
repoto mo totemo muzukashikute,iya na kanji da...
jitsuwa ,yomitakunai kedo....shigoto shigoto shigoto no koto da...shiyou ga nai!!!
hurrrr shouuu shimpai waaa......
ok...kore kara,..shigoto mata suru da neee ..!!
ganbare ganbare!!!
im chan
September 16 ....รู้สึกว่า...
เบื่อโว๊ยยยยย....!!
หงุดหงิดโว๊ยยยย!!!!
หาไรทำดีกว่า.......อึดอัดๆๆๆๆ
(ขอโต๊ดที่หยาบคาย)
im chan
September 14 nihon go desu...หวัดดีค่ะ
วันนี้มีคนแนะนำว่าให้เขียนภาษาญี่ปุ่นวันล่ะคำ
อืมมมม
ถามว่าเค้าจะเอาคำอะไรดี ???
อ้า.....ขำๆๆๆ
คำแรกเลยละกันนะคะ ออกจะยากหน่อย (มีคนถามมา)
mc donald (อาหาร junk food ประจำประเทศ)
ภาษาญี่ปุ่น เรียกว่า maku donarudo ค่ะ...อ่านว่า มะ ขุ โด นะ หรึ โดะ....
แปลกเนอะ ภาษาไรเนี่ย
..........................................
ส่วนคำที่สอง
คิดถึงมั่กๆๆๆ.... อยากเจอมั่กๆๆๆ
shou aitakatta... พูดว่า โช้ อัยตะคัตตะ
ส่วน the last one in this lesson .....
เค้าบอกว่าอยากได้ ประโยคที่ว่า ....อยากเจอทุกวัน..
boku wa mainichi kimi ni aitai ....mainichi aitai...
ยาวหน่อยนะ
โบขุ วะ มัยนิจิ คิมิ นิ อัยตั้ย
จบข่าวค่ะ
พอแล้ว...ยิ่งเขียนยิ่งมึน ภาษาอารียเนี่ย
.........................
bye bye
im chan
p.s. bakaaaaaaaaa...................( got it??).....เฮ้ย ง่วงจัง...หิวอีกละ
September 12 yatta!!!....ได้กินอาหารญี่ปุ่นแล้ว
เพราะว่าปาป๊าสุดที่ร๊ากกก...บินมาประชุมพอดี วันนี้เลยถือโอกาส กินข้าว ก่ะพี่น้อง พ้องพี่และพ่อซักกะหน่อย เราเลยเสนอว่าขอไม่กินสุกี้ จะไปกิน zen อิอิ
กว่าจะไปถึง zen ก้เกือบ สองทุ่มแล้ว ออกจากแบงค์ทุ่มกว่าๆ ในสภาพที่หิวมาก แต่ก็กินไรได้ไม่เยอะน่ะ (ว๊า....แย่จัง)
ระหว่างกลับบ้าน ขึ้นรถไฟฟ้า พี่เอ็มชี้โบเบ๊ ให้ดูนู่นๆๆๆ....อิ่มๆๆๆ ใช่กุ๊กกไก่ AF2 ป่าวอ่ะ ???
อืมมม.....ใช่เหรอพี่เอ็ม ไม่ใช่ม๊างงง....อิ่มว่าดูตัวเล็กไปนะ ดูโทรมๆด้วย (กุ๊กไก่ใส่ชุดนิสิตจุฬา และก็ถือถุง harrod ใบใหญ่ตามมาตรฐานเด้กนักศึกษา ผิดแต่ว่าเจ๊แกใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว ริบบิ้นสีชมพู ซึ่งดูออกจะเป็นแนวห้าว น่ารักกมากกว่า คุณหนู hiso )
ระหว่างรอรถไฟฟ้า เราก่ะพี่เอ็มก็วิเคราะห์กันไปว่าใช่เหรอ ใช่ , ไม่ใช่ กันอย่างงี๊ไปเรื่อย .....เพราะว่าอิ่มว่า ในทีวีน่ารักกว่าอ่ะ แต่ตัวเป็นๆก้โอเค
ก็อ่ะนะ.... เพราะว่าเค้าไปเรียนหนังสือนี่นา ไม่ได้ไปถ่ายแบบที่จะต้องแต่งหน้าเด้งเหมือนในทีวีขนาดนั้น แต่โดยรวมแล้วน่ารักเหมือนกันค่ะ ตาโตๆ จมุกก็โต แต่บุคลิกยังคงต้องปรับปรุงเหมือนเดิมม๊างง...กุ๊กไก่ชอบโดนเม้นตอนอยู่ในบ้านว่า หลังคอ่ม ไม่ smart เท่าไหร่อ่ะ
...................
พูดถึงเด็ก AF .....
season 3 นี้ เป็นไปตามคาดแค่ตุ้ยก่ะซาร่าคนดียวเอง....แต่ก็ดี...บอยได้ตั้งที่ 3 แน่ะ มาได้ไกลมากๆๆ ไม่น่าเชื่อ (สงสัยคงเพราะแรงใจ แรงเชียร์จากเรา --ผู้ไม่เคยเสีตตังค์โหวต)
คืนนั้นบอยร้องเพลงได้ดีมาก คนแบบยืนปรบมือให้ทั้ง hall เลย ไม่เว้นแม่แต่ครูๆทั้งหลาย ...น่าปลี้มใจเป็นที่สุด คืนนั้นบอยร้องเพลงของ อัสนี-วสันต์ เพลง...อยากห้ฉันอยู่ด้วยไหม
สะกดนิ่งกันทั้ง hall....ถ้าไม่เห็นก่ะตาไม่เชื่อเด็ดขาดเลยนะเนี่ย จากเด้กหนุ่มที่ไม่มีจุดเด่น และดูเหมือนจะไม่กล้าแสดงออก กลับกลายเป็นขวัญใจของใครๆอีกหลายคน
แต่....ขอยกเว้นคนนึง
อันนี้คิดไงก็ไม่เข้าใจอ่ะ ว่ามาถึงที่ 2 ได้ไง ....ก็นายต้าไง ดูพี่แกเรียบๆ เรื่อยๆ ไม่หวือหวา เลยสงสัยว่าเอาฐานเสียงมาจากที่ไหนเยอะแยะเนี่ย
แต่ ....คุณพ่อต่าน่ารักมากเลยนะ เฮ้วๆ มันส์ๆ ดี.....คุณพ่อที่หนึ่งเลยค่ะ...แต่นะ ก็หยวนๆ ถทอว่าเด็กเชียงใหม่ แถมเด็ก ม.ช. เหมือนเฮาด้วยตะหาก
.....................................................
ชักจะง่วงๆเพลียๆแล้วเนี่ย ช่วงนี้ทำงานกลับบ้านออกจากแบงค์ราวๆ ทุ่มกว่าๆประจำเลย ...ก็โอเคนะ ยอมรับได้ แต่มันหิวข้าวมากไปหน่อยแค่นั้น เวลาเราหิวมั่กๆ ก็เลยกินได้นิดเดียวเองง่ะ ....ตอนหม่ำที่ zen เลยยัดได้ไม่เยอะเท่าไร
ระหว่าง อิ่มรอหนมหวาน เลยเปิดเมนูเล่นๆ ดู menu ทงคัทสึ ซักกะหน่อย แอบ survey ราคาดู ปรากฎอยากจะบ้าตายค่ะ น่ากินมากๆ แค่ 130 บาทเอง.....
เทียบก่ะเรา จานละ 400 บาท ตรูจะเป็นลม !!!!! (ต่อไปจะฉลาดมากกว่านี้เค้าสัญญา)
สุดท้าย ท้ายสุด
แผนการพรุ่งนี้ค่ะ....ช่วงเช้าคงไม่ค่อยได้งานเพราะว่า..พรุ่งนี้มีนัดสัมภาษณ์น้องเข้าทีมแหล่ะ ตั้ง 5 คน จะสัมภาษณ์ไหวมั๊ยเนี่ย....???
พอน้องเค้าลาออกถึงรู้ซึ้งว่ากว่าจะสอนคนให้มันรู้เรื่องได้เนี่ย แล้วพอจะจูนกันได้ แล้วมาลาออก มันเช่างซ็งช่างเศร้าเหมือนกันนะ ...
เริ่มจะเข้าใจหัวอกหัวหน้าตัวเองบ้างแล้วล่ะ....แฮ่ๆๆๆๆ
im chan
ป.ล เมื่อกี๊คุยก่ะพี่โอแหล่ะ พี่โอบอกว่าเพิ่งไปให้หมอถอนฟันครุดมา 2 ซี่ ป่วยซมเลย แต่ก็ยังร่างเริง
แปลกแฮะ ช่วงนี้รอบตัวมีปัญหาให้ต้องไปหาหมอฟันบ่อยจังเลยเนอะ หลังจากก่อนหน้านี้พี่ต้อมต้องลางานเพื่อไปกษารากฟัน ทำเอาพี่แกหายซ่าส์ไปได้พัก หุหุ
ไงก็ หายเร็วๆละกันนะ น่าฉงฉานๆๆๆ
September 11 new tamagotchi and yummy tonkatsuหวัดดีค่า
อิ่มจนพุงกางเลยอ่ะ ข้าวทงคัตสึเนี่ย ทำกินเองหมดไปหลายร้อยอยู่
สืบเนื่องจาก weekend ที่ผ่านมาซื้อนิยายญี่ปุ่น มาอ่านอย่างที่บอก อ่านวันเดียวจบ ไม่ค่อยหนุกเท่าไร สงสัยจะไม่ใช่ทางเรา แต่ก็ทำให้พงษ์พนอ หิวโหยอาหารญี่ปุ่น ขึ้นมาตะหงิดๆ ยิ่งตกเย็นยิ่งโหยมาก ....ถึงมากที่สุด แต่หาแนวร่วมไปกินด้วยกันไม่ได้ ไอ้เราก็ขี้เกียจเหมือนกันแหล่ะจะว่าไปแล้ว
เลยไม่รุ้อีท่าไหน ....ไปๆมาๆลงข้างล่างไป villa แถวบ้าน ซื้อ material มาทำซะยกใหญ่
จากทีแรกแค่ตั้งใจว่า จะลงไหซื้อข้าวห่อสาหร่าย เกาหลี (ชอบมั่กๆ) มาห่อข้าวกินดีกว่า แต่ที่วิลล่าไม่มีน่ะค่ะ เห็นจะมีอาหารตั้งหลายชาติซะดิบดี ขาดก้แต่อารหารเกาหลีนี่แหล่ะ
เลยเปลี่ยนแผนขึ้นมาไปหิ้วตระกร้าจ่ายของซะเลย (แบบว่าเป็นคนใจง่าย จิตใจอ่อนไหว--กะการ shoppingน่ะค่ะ)
หลังจาก survey villa ได้ซักระยะนึง ทำให้ตัดสินใจได้ว่าทำเมนุ สุดง่ายของอาหารญี่ปุ่นก่อนละกัน (แน่นอนไม่ใช่ช้าวปั้น หรือซูชิ หรอก อันนั้น advance เกินไปแล้ว)
เลยตัดสินใจทำ
........
.............
ทงคัตสึ ค่ะ
(- -!!) อายเค้ามั๊ยเนี่ย ง่ายเกินไปป่าวหว่า....
นึกๆๆๆดูว่าที่หอ้งมี material อะไรบ้าง
โห...ไม่ยักรู้ว่าห้องเราอุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ มีแต่ไข่ และก็ไข่ เท่านั้นเอง อ๊ะ แถมซีอิ๊วเด็กสมบูรณ์ให้อันนึง (อุดมมาก)
ปฏิบัติการสลายเงินในกระเป๋าจึงเริ่มขึ้น
การทำทงคัตสึ แน่นอน ต้องมีเนื้อหมู (แต่ชอบไก่มากกว่าแถมถูกกว่าอีกเลยตัดสินใจเป็นไก่แทน แฮ่ๆๆๆ--ประเด็นหลังสำคัญสุด)
ต่อด้วยการหมักเนื้อ เราต้องใช้พริกไทย (ไม่มีอ่ะ มีแต่พริกไทยนอกที่พ่อซื้อมาคราวก่อนนู้น แพง...เดี๋ยวหาว่าเราใช้ของไม่คุ้มค่าเงิน ) เลยสนุนไปด้วย พริกไทยตรามือไปซะเลย หุหุ
ได้เนื้อไก มาหมักและก็ชุบไข่ ตามด้วยเกล็ดขนมปัง (ที่ต้องซื้ออีกเหมือนกัน)
ต่อด้วยเราวางแผนว่าจะกินทงคัตสึทั้งที ต้องทานกับข้าวญี่ปุ่นดีก่ว่า คิดได้ดังนั้น ไปดูที่ซุ้มข้าว มีแต่ถุงใหญ่ 2 โลกว่าๆ แต่ตัดใจซื้อเพราะไม่ง้นก้อดสิคะ
ตามด้วยสาหร่ายญี่ปุ่น นำเข้าโดยตรงเลยเนอะ (แต่อร่อยสู้สาหร่ายเกาหลีไม่ได้หรอก จิงๆนะ)....
และก็น้ำซุปญี่ปุ่น (แบบถุงน่ะค่ะ) ให้เลือกหลายรส ทั้งสาหร่ายเต้าหู้ อร่อยสมใจจิงๆ เพียงเติมน้ำร้อนเท่านั้น เห็นป่าวง่ายนิดเดียว (ก็แหงอ่ะถุงตั้งแพง)
มีทั้งน้ำซุป ทั้งเนื้อ ทั้งข้าว....ขาด อะไรรู้มั๊ยก็สลัดไง
เลยต้องซื้อน้ำสลัดญี่ปุ่น (นำเข้าอีกเหมือนกัน --เป็นแบบงา) ระห่างซื้อเปรียบเทียบดูก่ะของ fuji ของ fuji แพงกว่าอ่ะ เลยขอเสียดุลซักหน่อยซื้อของนำเข้าดีกว่า
เนื่องจากเลือกน้ำสลัดชั้นดีแล้ว จะทำไงได้ไหนๆก้ไหนๆ เราเลยต้องซื้อผักชั้นดีอีกเหมือนกันค่ะ
เริ่มกันที่แตงกว่าค่ะ ...
แตงกวาบ้านเราไม่ได้เลยนะ ต้องแตงกวาญี่ปุ่น (แต่พอดีของโครงการหลวง เค้าทำเหมือนเดะ อร่อยมาก กรุบกรอบเชียวล่ะ ไม่แพงด้วย) เลยตัดสินใจซื้อไป 3 แตงกวา 24 บาท แต่ถ้าแตงกวาไทย สิบกว่าบามเอง
แตงกวาไม่เท่าไหร่แต่ผัดสลัด ผักกาดแก้วเนี่ยสิ แพงจัง หัวนึงตั้งเกือบ 30 บาทแน่ะ (แพงมากกกกกกกกกกกกก)
สรุปหยิบไปหยิบมาเต็มตระกร้าเลยนะค่ะ คิดเงินที่ cashier แล้วจะเป็นลม
ค่า material ของดิชั้นปาไปเท่าไหร่รู้ป่าว????????
เกือบๆ 800 บาทแน่ะ (ทำกินก่ะพี่เอ็ม 2 จาน ก็จานละ 400 บาทอ่ะดิ เหอๆๆๆ)
กลับมาบ้านทำทงคัทสึได้ ตามที่ตั้งใจไว้
..มีคนกระแนะกระแหนว่า สู้สั่ง oishi ไม่ดีกว่าเหรอ (เออ...ถูกของเปิ้นเนอะ)....กร๊ากกกก
แต่อันนี้มันได้ความบันเทิงส่วนตัวด้วยนะ สนุกสนานออก แต่แพงอ่ะ เล่าให้ใครฟังก้มีแต่คนประณาม (น้องในทีมบอกว่ากินทงคัทสึอย่างดีมากๆ ก็ไม่ถึง 400 หรอกพี่อิ่ม)
โธ่....ก็มันครั้งแรกนิ
วัตถดิบไรพวกนี้บางอย่างมันซื้อครั้งเดียวก็ไม่ต้องซื้ออีกไง (เข้าใจกันมั๊ย??) เช่น ข้าวสารเป็นกิโล เป็นต้น พงษ์พนอคงไม่กินวันเดียวหมดหรอกม๊างงงง (อ๊ะ หรือว่าไม่แน่)
ทำให้นึกถึงสมัย ทำ blueberry ที่เชียงใหม่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว ทำถามเดียว สนุน blueberry ถาดนั้นราคาตั้ง 1000 บาทแน่ะ
ก็เราและพี่เอ็มเล่นทำตามสูตรเด๊ะ cheese filadefia เงี๊ย หมดไปเป็นก้อน คนถูกบังคับให้กินถึงก่ะออกปาก่าเลี่ยน (ตรูยังเลี่ยเลยอ่ะ)
ว่าแล้วก็ไว้จะทำบ้างดีกว่า villa มีหมดทุกอย่าง แต่....แพงหมดทุกอย่างเหมือนกัน (คนจนเข้าห้างคนรวยก้เงี๊ย แฮ่ๆๆๆ)
..........................................................................
พอละดีกว่า กลับมาเรื่องสุดฮิตประจำวัน น้องทามาก๊อดจิของเรา
เนื่องจากว่า...
ได้รับเสียงตอบรับมากจากบรรดา เพื่อนพ้อง น้องพี่ ต่างสงสัยกันว่า tamagotchi ของอิ่มมัน version ไหน อิอิ....มันลึกซึ้งกว่านั้น ครับพี่น้อง ขอบอก
(เอ...ไม่ใช่ของอิ่มสิ ของพี่เอ็มน่าจะถูกกว่า)
ว่าด้วยทามากอ๊ดติ เอีย จิ นั้น (แฮ่ๆๆๆ)....
มีเพื่อนพ้องเยอะอยู่ มันมีพี่น้องกระจายไปทุกมุมโลก
การที่ได้รู้จักทามาก๊อด 1 ตัว ก็เริ่มเป็น 2 ตัว เพราะว่าบ้านเราได้เรียนรู้ว่าควรจะเลี้ยง หรือตั้งโปรแกรมมันไว้ยังไง
ดังนั้นทามาก๊อดจิ ตัวที่ 2 จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ห่างจากเจ้าตัวแรกไม่นาน (ให้ตายเหอะ ตัวแรกก็ไม่รู้จะจัดการไงแล้ว ยังมีตัวที่ 2 อีกเหรอเนี่ย??)
อันว่าทามาก๊อดจิผู้น้อง ยังอ่อนหัดนัก ..มันยังค่อนข้างต้องใช้เวลาปรับตัวกับโลกของมันอยู่ซักพัก
ก็แหม...ทามาก๊อดน้อยเพิ่งเข้าอนุบาลเองนี่ ยังต้องไปเรียนหนังสือ ยังต้องไปเจอเพื่อนใหม่ เพราะฉะนั้นวันๆทามากีอดน้อยจะไม่เคยได้อยู่เฉยเลย เพราะถูกการโปรแกรมให้ต้องได้รับการศึกษาตลอดเวลา (ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญ สำหรับผู้เลี้ยงทามาก๊อดทุกคน -- ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก็ว่าได้, จากหนังสือ how to feed your tamagotchi)
ขอบอกๆๆๆ ทามาก๊อดตัวนี้ก็ขยันไม่แพ้ทามาก๊อดผู้พี่เหมือนกัน....
เพียงแต่ว่ามันอาจจะต้องฝึกฝนกำลังภายในอีกหน่อย เพราะทามากีอดน้อยยังไม่สามารถรับความเครียดที่เกินพิกัดได้ (ก็มันยังเด็กอยู่นี่นา เราเข้าใจ)
วันไหนทามาก๊อดน้อยเปลี่ยนไป เราจะสังเกตุได้ไม่ยาก เพราะทามาก๊อดจะแสดงอาการออกมาทางหน้าจออย่างชัดเจนว่า " ตรูเครียดไม่ไหวแล้วเฟร้ย!!"
นำพาความสงสัยมาให้บ้านเรายิ่งนัก เพราะว่าเราก็ทามาก๊อดหัดเล่นเหมือนกันนี่นา (ยิ่ง verision นี้ไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ เพิ่งมาเจอรุ่นนี้หลังๆ ช่วงที่จะถูกเค้าส่งออกไปเมืองนอกเมืองนานู่น...สงสัยขายไม่ค่อยดี เลยต้องส่งไปขายต่างแด หุหุ) ...ทามากีอดจิแรงงานพม่า ...กร๊ากกกกก
การตั้งโปรแกรมทามาก๊อดน้อยนี้ บ้านเรายังไม่ได้ศึกษาเต็มที่ว่าควรจะฝึกให้มันไปทางไหนดี .....
เห็นๆอยู่ว่ามันก็สบสนชีวิตอยู่ดี(เพราะพี่เลีย้งมันยังสับสนเลยง่ะ...นับประสาอะไรก่ะทามากีอดน้อยผู้ไร้เดียงสาเนี่ย)
แต่ก็... ไม่แน่....วันนึงทามาก๊อดมันอาจจลุดขึ้นมาปฎิวัติวงการ (ของมันเอง) ว่า " ตรูอยากเป็นอิสระแว้ว "...ก้เป็นได้ใคจะรู้
อย่างที่มันไม่รู้เดียงสาทำกับเพื่อนสุดที่ love มาก่อน
เวงกรรม !!! ...ส่งเข้าโรงเรียนนิดหน่อย ไปรังแกเพื่อนซะละ...
ลำบากพี่เลี้ยงอย่างเรา ต้องจับมันมา educate ให้เรียนหนักเหมือนทามาก๊อดผูพีซะบ้าง ...สุดท้ายทามาก๊อดน้อย ก็ได้บทเรียนแสนสำคัญไป
บทเรียนของคำว่า "เพื่อน "....ที่ทามาก๊อดน้อยต้องเรียนรู้ และ เข้าใจ และการปรับตัวเข้าหากันระหว่างเพื่อนทามาก๊อดกันเองแต่มาจากคนละ version (version mutation--ผ่าเหล่าผ่ากอ , จากการเรียน bio ม. 4 )
........................
...................
......สรุปบทเรียนที่ 1 ของทามาก๊อดน้อย...
จึงไม่ได้จบด้วยน้ำตา แต่เป็นการจบแบบมิตรภาพจากเพื่อนผู้แสนดีและพร้อมที่จะเข้าใจ...(ประหนึ่ง men from mars womwen from venus )
....ทามาก๊อดน้อย....เจ้า.....ต้องสู้ต่อไป
จิบัน !!!!
จาก ครูพิเศษ แห่งบ้าน อคาเดมี (เอ๊ย!!!...บ้าน tamagotchi)
im chan
September 10 petto--tamagotchi comes to my home...สวัสดีค่ะ
วันหยุดที่ผ่านมา 2 วันนี้กะลังจะผ่านไปอีกแล้วล่ะค่ะ
ไม่ได้ไปไหนเลย อยู่ห้อง เฝ้ายามตลอดเวลา แต่ก็มี idea บางอย่างมาเล่าให้ฟังเหมือนกันนะคะ
อย่างแรกเลย อยากจะบอกว่า....บ้านอิ่มมีเจ้า ทามาก๊อดจิ เข้ามาพักอาศัยเป็นเพื่อนเล่นแล้วล่ะค่ะ
แฮ่ๆ.... ฟังๆดูอาจจะมึนๆหน่อยนะ เพราะไอ้เจ้า ทามากีอดจิ เนี่ย อย่างที่รู้เค้าฮิตจนเลิกฮิตกันไปนานโขแล้ว เมื่อก่อนอยากมีเล่น แม่ก็ไม่มีตังค์ซื้อให้ คิดไปคิดมา ดีแล้วล่ะ ....แต่คราวนี้ ทามาก๊อดจิ มันมีวิวัฒนาการค่ะ( evolution ไม่ใช่ revolution เนอะ )
เอ....หรือว่าเจ้าทามาก๊อดจิ มันจะลุกมา ตะแง้วๆๆๆ ปฏิวัติวงการของมันหว่า
อันว่าเจ้าทามาก๊อดจิ ภาค 2006 นี้ มันเพิ่งเข้ามาที่บ้านอิ่มได้ไม่นานนี้เอง
เจ้าทามาก๊อดจิตัวนี้ ออกจะอารมณืดีไม่ใช่เล่น คาดว่าคงมาจากการที่ได้พี่เลี้ยงดี
ทุกๆวัน ทามาก๊อดจิ จะมีเพื่อนพูดคุยด้วย ตั้งแต่เช้ายันเย็น บางทีถ้ามันหลับเพลิน พี่เลี้ยงที่แสนดี ก็จะต้องไป knock knock ให้เจ้าทามาก๊อดตื่นมาอาบน้ำ ขอบอก อิ่มไม่เคยเห็นพี่เลี้ยงที่ไหนดีขนาดนี้มาก่อน ....สงสัยเจ้าทามาก๊อดจิ น้อยจะรุ้ตัวว่าพี่เลี้ยงดีแค่ไหน เจ้าทามาก๊อดเลยไม่ค่อยงอแง ....ด้วยผลจากความไม่งอแงนี้ เราจึงตบรางวัลให้ทามาก๊อดจิ ด้วยการเข้ารับโปรแกรมความบันเทิง ซึ่งมิอาจหาได้ ณ. เมื่องของมันเอง
โปรมแกรมความบันเทิงที่ว่านี้ ทำให้เจ้าทามากีอดจิ อามณืดี ถึงแม่บางโปรแกรมจะทำให้มันหงุดหงิดใจก็ตาม (สงสัยทามากีอดแทงบอลอ่ะ) --- สนับสนุนสมมติฐานที่ว่า....ทุกสิ่งทุกอย่างต้องการได้รับการกระตุ้นเท่านั้น ห้ามเด้ดขาด ห้าม nert เดี๋ยวทามาก๊อดจะอ้วนลงพุงตาย.....เราจึงให้โปรแกรมมันเพื่อให้หัวใจวูบวาบเล่น (เมื่อบอลฝั่งตรงข้ามเข้า goal ไป...สามารถรู้ได้ถึงระดับหัวใจที่ตกวูบของทามาก๊อดที่ส่งมายังหน้าจอทำงาน )....กร๊ากกกกก
เท่าที่ดูๆมา ทามาก๊อดจิของเรา ขยันใช่ย่อย....
เพราะ...การโปรแกรมของทามาก๊อดจะ ถูกโปรแกรม ให้ตื่นมาพูดคุย หัวเราะ กิน ทำงาน นอน ให้ความบันเทิง ....เนื่องด้วยอิ่มเป็นผู้ดุแลความเรียบร้องของบ้าน สังเกตุได้ว่า ทามาก๊อดจิ ขาดโปรแกรมนึงไป ....อิ่มคงงต้องไปบอกพี่เลี้ยงมันเร็วๆนี้แล้วล่ะ
ก็โปรแกรมออกกำลังกายไง.....รู้สึกว่าช่วงหลังทามาก๊อดจะบ่นว่าอึดอัด ถึงแม้จะแอบซ่อนรูปก็ตาม (แหงมดิ..ก็ตัวเป็นทามาก๊อดนิ)
ทามาก๊อดตัวนี้หนักอ่ะ....แอบได้ยินว่าแปดสิบ (เหวอ....)
นั่นไง ในไม่ช้ามันต้องถูกโปรแกรมใหม่ คาดว่าการโปรแกรมการเต้นของหัวใจไม่เพียงพอ ต้องเอากล้ามเนื้อด้วย เพราะปัจจุบันได้ข่าวว่า ทามาก๊อดจิของเราได้กล้ามเนื้อแบบ one pack....ซึ่งไม่เป็นเรื่องผิดปกติถ้ามันจะเป็นรุ่น version 2000 แต่...ขอโต๊ดนะน้องทามาก๊ด นี่รุ่น 2006 แว้ว ต้อง six packs ตามจำนวนปีวิวัฒนาการถึงจะถูกนี่นา...หุหุ
แต่ไม่ว่าน้องทามาก๊อดจะเป็นแบบไหนก็ตาม เราก็ยังรักมัน เพราะมันนำความสดใสมาให้ก่ะที่บ้าน ถึงแม้ว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้ก่ะน้องผู้คลานตามกันมา ตุ๊บป่องๆๆ หนีไปไกลถึงมหาลัยแว้ว.....แต่มันก็เป็นทามาก๊อดนี่เนอะ เราให้อภัยกันได้ (คิดซะว่าไม่ใช่ความผิดของผู้ใด เราต้องปรับตัวทั้งคนเลี้ยงและก็ทามาก๊อดเอง)
สุดท้าย ท้ายสุด....
ควมหวังสูงสุดของบ้านเราที่เลี้ยงทามาก๊อดนี้ ทางบ้านเราไม่ได้ต้องการอะไรมาก ไม่ได้อยากให้ทามากีอดเก่งกาจสามารถ ไม่ได้อยากให้ทามาก๊อดมี version ใหม่ เราแค่อยากให้ทามาก๊อดทำให้พี่เลี้ยงมันเองมีความสุข และก็สนุกสนานอย่างนี้ตลอดไปแค่นั้นเอง ...เข้าใจป่าวทามาก๊อด
ขอบคุณนะ ทามากีอดจิ....ที่มาทำให้บ้านเราไม่เหงาหงอย และทำให้พี่เลี้ยงมีความสุข
" you are our tamagotchi...."
im chan
p.s. ทามาก๊อด ถ้าทำตัวเป็นเด็กดี จะได้รับโปรแกรมความบันเทิง เจ้ามดแดงเพิ่ม...ทราบแล้วเปลี่ยน September 09 clik...ฮึ..ฮือ....
หารีโมท ทีวีไม่เจอน่ะ....อุตสาห์นานๆทีจะดูทีวีก่ะเค้าบ้าง ก้ไม่ได้ดูซะงั้น ต้องรอพี่เอ็มอาบน้ำเสร็จก่อน แล้วถามเจ๊แกว่าเอารีโมทไว้ไหน จะดูทั้งที ที่บ้านต้องใช้ รีโมท ตั้ง 3 อันแน่ะ...ทำไมชีวิตมันยุ่งยากงี๊ฟะเนี่ย....ทั้งรีโมททีวี รีโมท vcd รีโมท bc ....งงอ่ะ ....
ก็ความจริงเราไม่ค่อยเป็นคนชอบเปิดทีวีซักเท่าไหร่ ถ้าอยู่บ้านกลับห้องมาปุ๊บ
นิ้วแรกที่จิ้มก็เปิดไฟ....
ต่อมาก้เปิดแอร์ (เปิดมันทุกวันเลยให้ตายเหอะใค่แอร์เกือบ ห้าพันแว้ว อันนี้ก็กลุ้ม แต่ความผิดตรูเอง โทษใครก็บ่ได้ )...
หลังจากเปิดแอร์เสร็จก้เปิดคอม ให้มัน run นู่นนี่ไปก่อน
แล้วเราก็จะเดินไปเปิดเพลงจาก vcd เพราะว่ามันดังได้สะใจดี เผื่อแอบหวังเล้กๆว่ามันจะกลบเสียง พวกนักเรียนตุ๊ดข้างห้องได้บ้าง....พวกนี้ชอบวี๊ดว๊ายแต่บางทีก็ขำอ่ะ
เดี๋ยวขอคุยทีละเรื่องละกันนะ เอาเรื่องรีโมทก่อน ส่วนเรื่องน้องๆตุดทั้งหลายไว้ ค่อยมาทำหลังละกัน
เรื่องรีโมท พอวันนี้บ่น งุงิๆๆ เลยนึกถึงหนังเรื่องที่ไปดูเมื่อวานเลย ชื่อ click ...ข้ามเวลาซักอย่าง adam sandler เล่นน่ะ น่ารักดีนะคะ
ตอนต้นๆของเรื่องดูหนังจะเบาๆ ขาดๆ เกินๆ ยังไงบอกไม่ถูกเหมือนที่มีคนบอกไว้ไม่มีผิด
แต่พอดูเข้าเรื่อยๆ หนังเรื่องนี้กลับเป็นหนังที่สอนใจและก้เรียกน้ำตาจากคนชมได้เกือบทั้งโรง
ดูไปดูมา ชักงงว่า ชั้นมาดูหยังตลก หรือว่าหนังดราม่าฟะเนี่ย ...แหม ก็เสียน้ำตาไปหลายหยดนี่นา
ทั้งๆที่ พงษ์พนอ มักจะไม่ยอมเสียน้ำตาให้ก่ะเรื่องไหนถ้าไม่ in พอ....แต่เรื่องนี้ก็มันเล่นมากระชากความรู้สึกช่วงหลังนี่เนอะ
เนื่อเรื่องประมาณว่า ....พระเอกเป็นคนทำงานที่บ้างานมาก เพราะว่าอยากจะได้ตำแหน่ง partner ของบริษัท และเพื่อที่จะมีฐานะดีให้กัยบลูกๆของเค้าเอง
เค้าเลยทำงานๆๆ....จนลืมที่จะให้เวลาคราอบครัว
มัวันนึงเค้าไปเจอ morti คนประดิษฐ์ รีโมท ข้ามเวลาที่ว่านี้ เพียงแค่คิดก็จะได้กลับไปยังบรรยากาศความทรงจำทีมี หรือ เพียงแค่ fw มันก็จะข้ามเวลานั้นไปอย่างรวดเร็ว ได้เป็น ปีๆๆ เชียวล่ะ แรกๆ พระเอก ก็สนุกดีหรอก เมียบ่น ก็กดข้าม รอโปรโมท จากเจ้านายไม่ไหว ก็กดเร่งให้มันเร้วขึ้น ขี้เกียจอาบน้ำ ขี้เกียจรถติด ก้เร่งให้มันผ่านไปเร็วๆๆๆ ทำแบบนี้บ่อยเข้า เกิดปัญหาล่ะสิคะ เพราะว่าไอ้รีโมทเนี่ย มันฉลาดเกินคน มันก็จะจำคำสั่งที่ถูกใช้งานบ่อยๆ แล้วมันก้เลย play automatic ให้เลยล่ะ
เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาที่พระเอกชอบข้ามมันก็ข้ามให้เลย
แต่ตอนหลังพระเอกมารู้สึกว่าเค้าข้ามเวลานั้นมา แต่ไม่มี experience ร่วมกับเหตุการณืนั้นๆเลย แล้วมันจะมีค่าอะไรคะ
เหมือนกับ ที่ morti เคยกล่าวไว้ว่า บนสายรุ้งที่สุดปลายอีกข้างมีหม้อทองคำ เจ้าผึ้งน้อยก้พยายามไปให้ถึงปลายทางนั้นแล้วมันก็พบแต่หม้อใบดำๆ ใบนึง ...
.ชอบประโยคนี้มากเลย ดูแล้วเข้าใจเลยว่า ถ้าเราได้อะไรมาง่ายๆอแล้วไม่มีประสบการณ์ร่วมมันก็เป็นแค่นั้น เราไม่ได้รู้สึกกับมันมากมาย.แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ..
เพราะฉะนั้น พระเอก เลยรู้ได้ว่าที่ผ่านมาที่เค้าเร่งให้เวลาผ่านไปเร็วๆ หรือว่าข้ามนู่นนี่ไปนั้น เค้าทำผิด เค้าอยากจะใช้ทุกเวลานาที เก็บทุกความทรงจำที่เกิดขึ้นไม่ว่าดีหรือร้าย แต่....สายไปซะแล้ว เพราะ morti บอกไว้ตั้งแต่แรกว่า
ของฟรีชิ้นนี้ไม่รับคืน (ซวยล่ะสิ ไม่ว่าจะทำไง้งท่าไหนมันก็กลับมาอยู่ในมืออยู่ดี)
เพราะฉะนั้นมันก็จะอยู่กับพระเอกตลอดไป......
สุดท้าย ด้วยการข้ามเวลาทำให้เค้าตระหนักถึง คำว่าครอบครัว
ทุกวินาทีเค้าควรจะอยู่ตรงนั้น ครอบครัวสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดแม้ว่าเค้าจะมี business ใหญ่โตแค่ไหนก็ตาม.....
the end
แฮ่ๆๆๆๆๆ
ว๊า.....มาอ่านของเราซะหมด ก้อดดูเลยอ่ะดิ.....อิอิ.....แต่มันมีไรมากกว่านั้นนะ...ไปดูได้ไม่น่าจะเสียดายตังค์เท่าไร แค่นิดหน่อยพอ
เราดูเรื่องนี้แล้วก็ย้อนมองดูตัวเอง.....
บางทีเราก้ทำตัวคล้ายพระเอกเหมือนกันนะ เพราะว่าเราน่ะ ชอบให้เวลาผ่านไปเร็วๆ อยากได้งานเยอะๆจากหัวหน้า เพราะจะได้รุ้สึกว่ายุ่งดี วันๆนึงก้ผ่านไป....
และบางทีเราเจอปัญหาที่เราคิดไม่ตก คิดไม่ออก เราก้อยากให้มันผานไปเร็วๆ ไม่อยากรับรู้กับสิ่งนั้น เราก็จะรีบนอน เพราะเราคิดว่าถ้าเรานอนแล้วการรับรู้ของเราก็จะจบ เราก็จะทิ้งมันได้บางช่วงหรือผ่อน มันจากหนักเป็นเบาได้ ....
แต่พอดูเรื่องนี้แล้ว ทำให้คิดได้ว่าเราน่าจะสนุกกับทุกช่วงเวลาของชีวิต ใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มค่าที่สุด เพราะเวลามันย้อนมาไม่ได้ ไอ้เราก็แก่ขึ้นทุกวันอ่ะเนอะ.....งั้น enjoy กันดีกว่า....อย่าข้ามเวลากันเลยนะ...
.............................
ต่อๆๆๆ....เรื่องต่อมา ที่บอกว่าจะเล่าเรื่องน้องตุ๊ดข้างห้องน่ะ
น้องๆ ข้างห้องเรา มันวี๊ดว๊ายได้ตลอดเวลาเลย จนเราอยากจะเปลี่ยน floor หนี แต่ห้องก็ไม่ว่างซะที ...
ยิ่งนับวัน นั้องตุ๊ดจะมีเพื่อนมาอยู่ด้วยมากขึ้น ลามปามไปถึงสระว่ายน้ำคอนโด ที่ตี สาม ตีสี่ ก็ยังไปว่าย แล้วทำตัวเองเป็นประกวดนางงามอ่ะ ได้ยินแล้วขำ...
(แล้วตรูไปทำไรตีสามตีสี่บนดาดฟ้าสระว่ายน้ำฟะเนี่ย!!!)
บางทีก็ใส่กระโจมอกเดินเข้าออกลิฟท์เป็นว่าเล่นเผลอๆมีเพื่อนน้องเค้าผู้หญิงใส่ ทูพีซเหมือนกันนะ ....ตอนแรกก็นึกว่าป้าแม่บ้าน ไปๆมากๆ อ้าว เด้กข้างห้องชั้นนี่นา....
นอกจากนี้ คอนโดเรา พวกเด้กญี่ปุ่น ฝรั่งอะไรเนี่ยเยอะไง แล้วห้องน้องเค้าก็ใกล้ลิฟท์ น่ะ วันนั้นเห็นเด้กญี่ปุ่นเดินผ่านมา มันก็ขอเค้าไปด้วยซะงั้น 555...ขำๆเนอะ...
เราไม่อะไรเท่าไหร่หรอก...เว้นแต่ช่วงที่ต้องการเงียบ ก็รังเกียจแค่นั้นเอง ..เอิ๊กๆๆๆๆ
.....................................
อะฮ่า.....
ด้ยินพี่เอ็มคุยก่ะเพ่อนว่าจะไปเชียร์ af กันที่บ้านใครคนนึง แล้วก็ได้ยินคนบางคนบอกว่าไร้สาระ
หุหุ...ไม่อยากบอกเราก็ fan club นะ ....ติดตาม วิจารณื แต่ไม่เคยโหวต 555 เป็นไง รักนะแต่ไม่แสดงออก .....
เราเชียร์บอย เพราะเค้าไม่หล่อดี ดู low profile และที่สำคัญเวลาผู้ชายเขินๆ อายๆ ก็น่ารักดีเนอะ แถมแม่สวยอีกต่างหาก (จิงๆนะ)
ดูครางนี้ ก้รู้อยู่แล้นว่าใครจะได้ ถ้าไม่ใช่น้องตุ้ย ที่คนเชียร์กันจนออกนอกหน้า หรือบรรดา comment งหลายที่ชมกันไม่ขาดปาก เลยไม่ต้องลุ้นเลย และเราก็คาดว่าน้องมิ้นเสียงแหบน่าจะได้ที่ สองด้วยเนอะ ......เราก้เลยว่าจะรอดูซักกะหน่อย คงไม่ออกไปไหนล่ะ อยู่บ้านดีกว่านี่ก็บ่ายกว่าๆแล้วเนี่ย
ช่วงระหว่างวัน เราก็วางแผนไว้ว่า ....ก็จะอ่านหนังสือที่เพิ่งสอยมาสดๆร้อน เมื่อวาน 2 เล่ม ให้จบเลย
....จะอ่านไหวมั๊ยเนี่ย
เล่มนึงเป็น ....
วิชามารเทคนิคเรียนภาษาอังกฤษด้วย ตัวเอง อ่านแล้วโดน เพราะเค้าคิดเหมือนเราเลย และที่สำคัญเราก็เคยผ่านความรู้สึกนั้นมา (สมันเรียนภาษาญี่ปุ่นอ่ะนะ)
เพราะฉะนั้นรับประกันว่าวิชามารของเค้าน่ะได้ผลจริงๆ อยากรู้เดี๋ยวบอกให้....ชื่อหนังสือ ภาษาอังกฤษร้ายสาระ -คัมภีร์อังกฤษวิชามาร โดย มารพิณ
ส่วนอีกเล่มเป็นนิยาย ญี่ปุ่น .....
นามว่า norwegian wood ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย ที่ พาดหน้าปกไว้ว่า นิยายโรมานซ์สุดพิลึกพิสดาร ที่มียอดจำหน่าย 1 ล้าน 7 แสน เล่มในญี่ปุ่นในปีเดียว by haruki murakami นักเขียนชื่อดัง....เห็นแล้วอดซื้อไม่ได้ ยิ่งน้องคนขายรับประกันด้วยแล้วเนี่ย ไม่อยากพลาด ....เราน่ะจิงๆแล้วเป็นคนประหลาดนิดหน่อย เห็นหนังสือเล่มไหนที่เค้าพิมพ์กันหลายครั้ง อดไม่ได้ทุกทีที่จะซื้อก้อยากรู้อ่ะว่ามันมีดีอะไร เลยเสียเงินไปตามระเบียบเยยย.....
ส่วนเล่มเก่าเป็นสิบ ยังไม่ได้อ่านเลยน่ะ ที่อ่านค้าง สาวนัดบอดไรเนี่ยก็อ่านได้ไม่ถึงครึ่งเล่มเลย ง่าๆๆๆ....ยากอ่านให้จบจังแต่เล่มใหม่ก็อยากอ่านทำไงดี weekend จะทันไม่น๊อ...ดูเราดิการงานไม่เคยต้องวางแผนหามรุ่งหามค่ำแบบนี้เลย ....มันคนละ feel นี่เนอะ.....
......................................
เออ....ชักหิวแฮะ....ต้องไปหาไรกินก่อนดีกว่า ช่วยพี่เอ็มตากผ้าด้วย (แต่ป่านนี้เจ๊แกคงตากเสร็จไปแล้วล่ะ อิอิ...วิชามารระดับเซียน)
กินไรดีอ่ะ นึกไม่ออก
ไปละนะ
bye bye
im chan
September 05 ซุมซ่ามอ๊ะป่าวเนี่ย.....วันนี้จะ up blog อะไรดี....
คิดไม่ออก......
เอาเป็นว่า เขียนเรื่องไปทำงานดีกว่า....ไม่ได้พูดเรื่องานมาหลายวันแล้ว เผื่อใครๆอยากรู้อะไรเกี่ยวก่ะงานเราไง (อยากรู้บ้างป่าว)
อะไรนะ....ไม่อยากรู้เหรองั้นเปลี่ยนไม่เล่าดีกว่า
555555
วันนี้พงษ์พนอ ซุ่มซ่ามอีกแล้วน่ะ
พอดีใส่รองเท้าคู่เก่า แต่ว่าไม่ค่อยได้ใส่ คือมันเป็นสีฟ้าอมเขียวน่ะค่อนข้าง หาใส่ลำบากแล้วบังเอิญว่ามันค่อนข้างจะเจ๊งนิดหน่อยน่ะ.....
แต่เราก็ยังดื้อดึงจะใส่มันในวันนี้อีก เลยได้เกือบ...ขอย้ำแค่เกือบนะ เกือบโชวืหวอหน้าแบงคืเลยอ่ะ
ด้วยความที่แบงค์เราพื้นลื่นมากทำให้ไถลไปเกือบหลายรอบ แต่ยังสามารถทรงตัวได้อยู่ ประจวบกับด้วยความที่วันนี้รีบร้อนไปทำงาน เลยไม่ได้เอา note book ติดไปด้วย
เลยต้องวิ่งกลับไปเอาที่บ้าน โชคดีหน่อยทีทำข้างบ้านนะเนี่ย...เลยถือโอกาส กลับบ้านไปเปลี่ยนรองเท้าเป็นอีกคู่....นึกว่าจะไม่มีใครสังเกตุแล้วนะเนี่ย
แฮ่ๆๆๆ....แต่ไม่พ้นสายตาเพื่อนคู่หูในทีมได้ หุหุหุ....บ้านใกล้ก็งี๊แหล่ะเพื่อน
ช่วงเช้าทำงานได้นิดหน่อย รู้สึกว่าช่วงนี้ประสิทธิภาพย่ำแย่ ทำไรได้น้อย (แต่วันนี้ไม่หงุดหงิดนะ) ....
ส่วนช่วงบ่ายประชุมกับทีม mis ทั้งบ่ายเลยอ่ะ ...เข้าใจกันยากเย็นจังเลยเนอะ ...แต่ไงก็สู้ๆนะทุกคน (ยกเว้นเราก่ะเพื่อน--ลอยตัว แบบว่ายังไม่ถึงคราวเรานี่ หุหุหุ)....
พอประชุมเสร็จก็เกือบจะ สี่โมงเย็น บังเอิญเจอพี่ปลิว it เลยได้แอบขอความช่วยเหลือลง program microsoft 2003 ให้หน่อย...หลังจากที่เมื่อเช้าไปเอาคอมมาใช้
แต่ทำงานบ่ได้ .....oh god!!!!......เนื่องจากว่า program expired อะไรเนี่ยซักอย่าง มีงี๊ด้วยเหรอ..
สงสัยพี่เอ็มไปลงอีท่าไหนไม่รู้เนอะ ....
แต่โชคดีที่พี่ปลิวใจดีเลยให้ พี่บิน(ลาเดนอ๊ะป่าว) ลง program ให้....ใจดีจัง....สบายเลยไม่ต้องไปวิ่งหาคนลงให้วุ่น...ขอบคุณนะฮับพี่ปลิว
หลังจากรอพี่บินลง program ให้ ไอ้เราก้เอาหนังสือพิมพ์มาดูนู่นนี่ ... เฮ่อ... มือไม่พายแถมเอาเปรียบกินแรงชาวบ้านอีกเนอะ
ปรากฎว่าหยิบ claasified มาดู ปตท. เค้าเปิดรับด้วยนะพวกตัวเอง ใครสนใจด้าน engineer (ซึ่งตอนนี้เราดูเหมือนจะกู่ไม่กลับแล้วอ่ะ--ลงหม้อลงไหแล้วเนี่ย) ก็ลองไปดูกันนะจ๊ะ
มาบอกกล่าวกันแต่เพียงเท่านี้นะจ๊ะ เพื่อนๆจ๋า.....ไปอ่านหนังสือก่อนดีกว่า ช่วงนี้กะลังอ่านนิยายค้างอยู่นะ ของ bliss สำนักพิมพ์โปรดอีกแล้วครับทั่น!!!!
ประเภทสาวนัดบอดประมาณนั้นแล้วหลงรักเข้าซะเอง (ฝันเพื่องอีกแล้วตรู)
แฮ่ๆๆๆๆ........
bye bye
im chan
September 04 มะหงุดหงิดแว้ว (ภาษาวิบัติหมดเน้อ)เบื่ออีกแว้ว
ช่วงนี้ทะเลาะก่ะชาวบ้านไปทั่วรู้สึกว่า จะอารมณ์หงุดหงิดเป็นพิเศษ ทั้งที่ไม่เคยเป็นคนหงุดหงิดมาก่อน
หรือว่ามใกล้เลขสาม หุหุ
แก่แว้วเลยอารมณ์เจ๊แปรปรวน
วันนี้ชวนเพื่อนไปทานข้าว ไม่ว่างก็หงุดหงิด
วันก่อนมีคนมาเซ้าซี้ให้ไปกินข้าวด้วย ก้หงุดหงิด
ทำงานไม่ได้ดั่งใจตัวเองก็หงุดหงิด
ว่างงานเกินไปก็หงุดหงิด
ล่าสุดเมื่อกี๊ ทะเลาะก่ะพี่สาวสุดสวย แต่เถียงกันเฉยๆ เรื่องคอม
ก้เราไม่อยากใช้ notebook นี่นา มาปวดหลัง พิมพ์ลำบาก อยากใช้desktop มากกว่า
ก้หงุดหงิดนิดหน่อย เลยพาลแขวะไป อิอิ
อ้าวก็ทำไมล่ะ คนมันปวดหลังนี่นา
แต่สุดท้ายนั่งพิมพือยู่นี่ก็ใช้ note bookน่ะแหล่ะ เห็นป่ะ หงุดหงิดแค่ไหนก็ยอมแหล่ะน่า แต่ขอให้ได้บ่นก่อนเหอะ
ว่าแล้วก็หงุดหงิด
คิดถึงเพื่อนเมลล์ ถ้าเพื่อนเมลอยู่คงบอกว่า เสีย feel อะไรๆก็เสีย feel
แต่ว่าไปจะหงุดหงิดไปทำไมเนอะ พอดีวันนี้ไปอ่านชื่อ msn ของบางคนเข้า
เค้าบอกว่า....
life is a chain to happy not for survival....
เออ....ก็จริงของเค้าเนอะ เราต้อใช้ชีวิตให้สนุกวิ ช่วงนี้รู้สึกมาหงุดหงิด บ่นนู่นนี่ก่ะชีวิตเกินไป ไม่เหมือนอิ่มคนเดิมเลยอ่ะ
สงสัยตั้งใจก่ะอะไรมาเกิน ไม่ได้ดั่งใจ
เลยคิดได้ว่า เราควรจะ happy ก่ะชีวิตมากกว่าจะมาหงุดหงิดน่ะเนอะ
คิดเองก้ได้ด้วย....ดีจัง....
..........................
อารมณ์ดีแล้วก็ขอตัวก่อนนะ ว่าจะไปอ่านหนังสือ ก่ะคุยก่ะเพื่อนหน่อยนึงน่ะค่ะ
อารมณ์ดีกันทุกคนนะ
bye bye
im chan September 03 mail to you..dear freind ...who'll travelling to the long long journey tonight
wish you have the great experience and the amazing life......
it's the real long journey ...you already known that my guy.
but whether the distance make we apart i wish you know ....
we still keep in touch naaa....Todsapol
p.s. keep your word..
you told me that you'll start to create blog space and tell your daily life through...
and I promise I'll comment it everytime you share naaaa.....Mr. tok-to
cheers and take care ;
im chan
|
|
|