pongpanor's profile•°o.O+*¨^¨*+ `·.¸¸.·Welc...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    June 12

    violin

    ได้เรียนแล้ว violin โน้ต
     
    ตอนนี้สมัครเรียน violin แล้ว ยากกว่าที่คิดตั้งเยอะ เรียนมา 2 อาทิตย์เพิ่งได้สีแค่ตัวเร ทรมานอยากเล่นเป็นเร็วๆจัง
    อยากเป็น vanezza may ...hihihi
    วันก่อนซ้อมเยอะไป หรือมือใหม่ก็ไม่รู้ ตื่นมาเจ็บคางเลย สงสัยจะเกร็งตอนเรียนหนีบไวโอลินแรงไปหน่อย
    ตอนนี้กำลังหาซื้อที่รองบบ่าอยู่ รอพี่ป้อมโทรมาบอก รอของถูกไง..หลังจากอุดหนุนไวโอลินร้านพี่เค้าไปแล้ว
     
    แต่อาทิตย์นี้กลับบ้านมาหลับเร็วทุกวัน เลยไม่ได้ซ้อมเลย เดี๋ยวเรียนเสาร์นี้จะได้สีเพิ่มอีกเส้นมั๊ยน๊อ...ขอบอกครูคนสอนอายุ 25 เอง
    เด็กกว่าเราตั้งเยอะแน่ะ แต่ก็ไม่ยอมเรียกเราว่าพี่วุ้ย ดีแล้วดูวัยเดียวกันดี แลบลิ้น
     
     
    impossible is nothing...ขยิบตา
     
    IM CHAN RETURN
     
     
    July 09

    nanika matteiru??

    ironna koto ga attemo setsumei dekinai.
     konna kanji wa chotto yabaiiiii....
    hitobito wa fukusatsu ne.
    watashi nara mada jibun ga wakaranai koto wa takusan ga aru kara.
    ...............
    kono goro, jibun no kokoro ichiban saigo mondai da. suki ga douka wakaranai.
    jitsu wa tsukiaitaikedo jibun de jishin ga mottenai...
    donna kanji??....
    ki ga omoi wa neeeeeeeeee.!!..hurrrrrrrrrrrr
    ......................
    tabun love ni totte jikan ga ichiban ii kotae...
    dakara, matta hou ga ii ..
     
    hmmm...kimatta....
     matteimasu!!
     
    oyasumi
    im chan
     
    June 21

    มั่วๆ

    หวัดดีค่ะ
     
    คิดว่าจะไม่เป้นแบบนี้แล้วดีกว่า
    จะไม่รอแล้ว
    ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สนใจ ก็น่าจะเฉยๆมากกว่า คิดว่าอย่างนั้นนะ
    สงสัยว่ามันหมดมุก 555
    เอาไว้ปล่อยให้มีมุกเมื่อไหร่ ค่อยกลับมาดีกว่าเนอะ
    จะได้มีเวลาคิด
    และมันน่าจะสนุกมากกว่านี้
    และจะได้รุ้ด้วย ว่ามันยังไง
     
    ตลกดี
    มีอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมด
    แต่ไม่รุ้จักไปทำ
    นั้นแหล่ะ..
    ควรจะเริ่มกลับไปทำ ไปใส่ใจแล้วดีกว่าค่ะ
     
    เย่!!
    กลับไปทำงาน ตั้งใจอ่านหนังสือ หาความรู้ใส่ตัว!!
     
    .....................
    ............
     
    ว่าแต่นอนไม่หลับ กลับมาฟุ้งซ่านอีกตามเคย
    แก่ขึ้น ก้ไม่น่าจะใช่
    หงุดหงิดง่ายขึ้น อันนี้สังเกต และเห้นได้ชัดเจนอยู่
    ไม่พอใจอะไรได้มากขึ้น อันนี้กะลังสูงปี๊ด
    แต่ที่แน่นอน ...
     
    ยัง happy happy kaa
     
    ปล. ขอโต๊ดที่อ่านก็คงจะอ่านไม่รุ้เรื่อง เพราะว่าเขียนมันมั่วไปหมด รู้ตัวดีง่ะ
     
    love u all
    nite nite
     
    im chan
     
    June 18

    วัดพระแก้วอีกครั้ง

    Image Hosted by ImageShack.us
     
    หวัดดีค่ะ
     
    เมื่อวานที่ผ่านมา ....วันอาทิตย์ สดๆร้อนเนี่ยแหล่ะ
    ได้มีโอกาสไปวัดพระแก้วอีกแล้ว
    และนั่นก็หมายความว่าได้มีโอกาสได้นั่งเรือ แบบ ชิลล์ๆ อีกครั้ง
    .......................... 
     
    ความจริงไม่อยากบอกว่า การนั่งเรือแบบชิลล์ ๆ สนุกกว่าการไปวัดพระแก้วตั้งเยอะ
    ชอบ ที่จะนั่งให้ลมปะทะหน้า ความรู้สึกดูล่องลอย สบาย ไม่ต้องคิดอะไรมากดีค่ะ
    กลัวก็อย่างเดียว กลัวดำ กลัวน้ำกระเด็น ...แต่ไม่น่ากระเด็นนะ เพราะว่าเรือค่อนข้างจะโอเค
     
    คราวนี้นั่งเรื่อยๆ ไปลงท่าพระจันทรื เอ๊ย ท่ามหาราช
    เพราะว่ามันไม่มีท่าพระจันทร์นี่นา
    เราก้ต้องเดินไปอีกนิด อีกหน่อย เพื่อไปกินโรตี มะตะบะ ก่ะหมูเต๊ะที่ชอบไปกินเป็นประจำ
     
    ร้อนมากวันนี้....เลยต้องขอขึ้นห้องแอร์ หม่ำๆดีกว่า โห...ร้านนี้คนเยอะยังไงก็ยังเยอะอยู่เหมือนเดิม
    กินเสร้จแล้วค่อยไปวัดพระแก้ว อืม ค่อยมีแรงขึ้นมาหน่อย....แชะๆๆ ถ่ายรูปๆๆๆ
     
    ไหว้พระๆ ขอพรๆๆ
    เสร็จสรรพ รีบไปหม่ำไอติมดีกว่า
    ก็มันร้อนนี่คะ...........
    ร้อนมากๆอย่างนี้ไอดิมน่ะสุดยอดเลยล่ะ
    ว่าแล้วก็อยากหม่ำๆอีกจัง
     
     
     
    อ้อ แต่โปรแกรมที่ว่าจะไป jj ต่อก็ต้องมีอันพับไป เพราะว่าฝนตกน่ะค่ะ
    แย่อ่ะ...นานๆทีอยากไป ดันตกซะเนี่ย
    กำจิงๆเลยชั้น เลยมุ่งหน้า (ไม่ยอมแพ้ อิอิ) ไปshop ต่อที่ central ลาดพร้าวซะเลย
    อยู่ซะช่วยเค้าปิดร้านเลยนะเนี่ย
    แบบไม่ไล่ไม่ยอมกลับ ชั้นหน้าด้าน ก็จะหม่ำอาหารอ่ะ เก็ยได้เก็บไป ลุกค้านะยะ
     
    .....................
    เหนื่อยๆมากเลย แต่ก้ ถือว่าได้พักผ่อนแบบคุ้มจิงๆค่ะ
    เพื่อนๆลองทำดูสิ
     
    อิ่มจัง
     
     
     

    ...

    หวัดดีค่ะ
     
    วันเศร้าๆ พร้อมความรู้สึกแย่ๆก็ผ่านไปหนึ่งวัน
    ...........................
    ..............
    ก็พยายามจะสลัดความคิด ที่เกาะหัวหนึบ ให้มันออกไปให้ได้ แต่มันก็ชอบกลับมาแหมะ
    รู้สึกโตขึ้นแต่ปัญญากลับลดลง (เออ....ให้มันได้อย่างงี๊สิ)
    อืม.........
    อะไรที่เด็กๆเคยวาง เคยปล่อยง่ายๆ เดี๋ยวนี้ก็ทำไม่ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อนเลย
    พยายามจะแกะมันออกจากหมองอันน้อยๆ มันก็แกะๆไม่ออก
    ว่างเมื่อไหร่ก็กลับมาหนึบอีก
    ........
    ใครๆก็บอกว่าเก็บเอาไว้เป็นประสบการณ์
    ขอบคุณนะ สำหรับกำลังใจทั้งหลาย ที่ช่วยปลอบโยนความผิดพลาดของเรา
    แต่เป็นตัวเราเองที่รับไม่ได้ซะงั้น
    .............
    ........
    ก็ไม่อยากทำงานผิดพลาด
    ก็อยากทำงานให้มัน perfect นี่นา  ก็เค้าตั้งใจทำจิงๆนี่
    แต่อย่างว่า ....ไม่มีอะไรดีหมดหรอกเนอะ
    มีคนบอกต้องคิดยาวๆ อย่าคิดสั้นๆ
    ค่ะ...จะรับทราบไว้ค่ะ
     
    เริ่มต้นใหม่ดีกว่าเนอะ
     
    อิ่มจัง
     
     
     
     
     
    June 17

    ตลาดน้ำอัมพวา

    Image Hosted by ImageShack.us

    อาทิตย์ที่แล้ว ไปตลาดน้ำอัมพวามาค่ะ

    กับเพื่อนหมี นังโอ๊ค ที่ร้อยปีเจอกันทีนึงได้

    อย่างว่าอกหักรักคุด ยังไงโทรหาเพื่อน เพื่อนก้พร้อม  อาวววว...ไปว่านังโอ๊ค เดี๋ยวมันรู้ไม่ยอมพาเที่ยวอีก

    ขอบใจนะแก...แบบว่าสนุกมากเลยอ่ะ เสียอย่างเดียว มันร้อนจัง เลยทำให้อยู่นานไม่ได้อย่างที่อยากอยู่เนอะ

    เอ้อ แล้วที่แกพาชั้นไปโบสถ์ ก้สวยมากจิงๆด้วยอ่ะ ได้รู้ถึงประวัติ แบบว่าประวัติจิงๆตั้งแต่ก่อร่างสร้างปูน แบบผสมกันเลยงี๊

    นี่ถ้าไม่ยอมปลีกตัวออกมา... ชั้นคิดว่ามีหวังลุงคงเล่าถึงการสร้างกรุงโรมเลยล่ะแก 5555

    ไว้ว่างๆเราไปกันอีกนะ

    ส่วนแก รักษาตัวรักษาใจดีๆล่ะ อย่าฟุ้งซ่านนะ เหงาเมื่อไหร่พ่ชั้นไปเที่ยวด้วยล่ะ ....แป่ว!!!

    บ๊ายบาย

    อิ่มจัง

     

    June 15

    หิวๆๆ

    หวัดดีค่ะ
     
    หิวข้าวอ่ะ
    พี่เอ็มก็ไม่อยู่
    ไม่มีเพื่อนกินข้าวเลย
    พรุ่งนี้ก็ต้องทำงานอีกละ......
    ว่าแต่ทำงานเสร็จไปดัดผมดีกว่า ว่าจะไปชุบหัวให้ทองๆ เหมือนแต่ก่อน
    จะได้ดูเด่ะๆ อิอิ
    แต่ สงสัยคงจะขุดไม่ขึ้นแล้วล่ะม๊างงงง....
     
    ไปก่อน กลับละ กลับไปกินข้าวคนเดียวก็ได้...
     
    บ๊ายบาย
    อิ่มเองค่ะ
    June 12

    ได้เวลากลับบ้านแล้ว

     
    เย่!!...ได้เวลากลับบ้านแล้วค่ะ
     
    สุดท้าย ก็นั่งเผางานร้อนๆอีกจนได้
    อยู่โยงเป็น ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ซะงั้น (ทรัพย์ของธนาคารแพงนะ อิอิ)
    นึกว่าจะเอาตัวไม่รอดแล้ว แต่ยังไงๆมันก็ต้องแถๆทำจนมีงานส่งจนได้เนอะ (แถจนเป็นเซียน)
    ก็ยังดีอ่ะ ที่พอเอาชีวิตรอดหวุดหวิด แต่พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะรอดอ๊ะป่าว
    ก็วันนี้ไม่น่าไปทำขายขี้หน้าเค้าเลยชั้น
     Credit ที่สั่งสมมาหมดกันพอดี อุตสาห์ทำตัวเป็นคนดี
    แต่เป็นคนดีแล้วมันไม่ได้อะไร....แงๆๆๆ
     
    เจอคุณพี่โทรมา Claim เอาซะหนูต๊อแต๊เลย
    ต่อไปจะไม่สุ่มสี่สุ่มห้าแล้วค่ะ
    จะไม่รับงานจากคนแปลกหน้า
    จะตรวจงานก่อนส่งนะ
    พรุ่งนี้อย่าดุหนูนะพี่คะ
    หนุรับผิดแล้วค่า.....
     
    เออ...ตอนนี้ก็ปาไปจะ 21.30 น. แล้ว และชั้นมัวแต่มานั่งบ่นๆไรเนี่ย
    กลับบ้านดีกว่า หิวข้าวจะแย่แล้วง่ะ
    โดโรยากิ ก่ะ แซนวิช ก่ะทองม้วน ก่ะหนมลุงหนวดไม่ได้ช่วยไรเลย (กินเข้าไปได้ไงเนี่ย หนมชาติไหนต่อชาติไหนมั่วไปหมด)
     
    ไปละค่า
    พรุ่งนี้อวยพรให้เค้า Present ผ่านไปได้ด้วยดีด้วยน๊า....
     
    สู้ตายค่า
    อิ่มจัง
     
     
    June 10

    บีอกๆ

    สวัสดีค่ะ
     
    วันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยอาการเศร้า แบบหมาหงอยที่ไม่มีเจ้าของพาไปเที่ยว
    เหมือนถูกตัดหางปล่อยวัดยังไงยังงั้นเลย
    ตื่นมาก็ไม่อยากจะออกจากห้อง
    เลยดื้อด้าน นอนมันต่อจนถึงเที่ยงได้ แม้กระทั่งข้างห้องทำเสียงดังเราก็ยังไม่โวยวาย (ซึ่งผิดนิสัยมากกก)
    ..........................
    ...................
     
    แต่จนแล้วจนรอดก็ดื้อดึงไว้ไม่ไหว นอนมากเกินไป ปวดหัวเปล่าๆ เลยต้องออกจากห้องมาข้างนอกแทน
    เปิดเนท เข้า msn เจอนังโอ๊คเข้า
    ดีใจ!!... เหมือนลิงได้แก้ว ชวนกันไปเที่ยวดีกว่า หลังจากเมื่อวานโอ๊คชวนไปกินข้าวแต่ก็ไม่ได้ไป
    คราวนี้นัดกันว่าไปกินข้าวกัน แล้วขอส่งให้ไปทำธุระท่โรงแรมดุสิตธานีหน่อย โอ๊คมันก็ยอม (ใจดีวุ้ยเพื่อนเรา)
    แต่พอถึงเวลาจิงๆ เราเปลี่ยนใจ ธุระที่คิดไว้ว่าต้องไปทำให้ได้ ไม่งั้นคงอึดอัดอยู่อย่างนี้ก็ต้องมีอันพับไป
    .....................
     
    คิดว่าคงไม่สะดวก
    คิดว่าเค้าคงยุ่ง
    คิดว่าเค้าคงไม่อยากเจอ
    คิดว่า อะไรๆๆๆๆ คิดเยอะแยะไปหมด
    ก็เลยไม่ไปมันซะ
    แล้วมันก็อึดอัดอยู่อย่างนี้
    ..........................
    ??????????????
     
    หึหึหึหึ
    ตีอกชกหัวตัวเอง ตุบตุบๆๆๆๆ (แอบร้องในใจว่าเจ็บว้อย!!)
    ....................................
    ...............
     
    พอเราบอกไม่ไปแล้ว
     แผนของเราสองคนเลยเปลี่ยนไปที่อัมพวาแทน "ตลาดน้ำอัมพวา"
    ทำให้เราผู้ซึ่งใส่ส้นสูงปี๊ด ต้องรีบวิ่งกลับมาเปลี่ยนอีแตะแทบไม่ทัน
    หิวก้หิว ยังจะไปไกลอีกแต่ก็ยอมวุ้ย!!!งานนี้
    ก็นานๆที จะเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานๆอย่างงี๊ซักที แถมอัพวาไปมาแล้วก็ชอบน่ารักดีออก จะได้เดินให้ฉ่ำใจเลย ...ลัลล้าๆๆๆ
     
    พอไปถึงจิง อากาศร้อนมากถึงมากที่สุด จนแล้วจนรอดก็เดินได้ไม่หมด
    ก้แวะมันกินซะทุกอย่างเลย ไอติมเอย ผลไม้เอย หนมจีบเอย กินมันเข้าไป หมำๆ แถมซื้อกลับมาบ้านอีกเพียบ
    งานนี้สุขล้น จนลืมว่าตัวเป็นหมาหงอยไปซะสนิท 5555---บ๊อกๆๆ
     
    แต่พอถึงบ้าน ตอนนี้ต้องอยู่คนเดียว ไงความเป็นหมาหงอยมันกำเริบอีกแล้วละเราเนีย่
    สงสัยคราวนี้จะถูกตัดหางปล่อยวัดของจิงแล้วมั๊ง???
    .........................
    ................
    แล้วคราวนี้มันจะเป็นยังไงต่อไป
    แล้วเราต้องทำไงดีเนี่ย
    ไม่เข้าใจตัวเองจัง ???
    .......
     
     
    หมาหงอย
     
     
     
    June 08

    ...

     
    ช่วงนี้เหมือนรออะไรซักอย่าง
    ไม่ได้รุ้สึกอยางนี้มานานแล้ว
    ..................
    ..........
    แปลกจัง
    แต่ก็รุ้สึกดี (บ้าไปแย้วตรู!!)
     
     
     
    June 07

    hisashiburi tomodachi....ryu desu!!

     
    kinou ,..nihon jin no tomodachi to yakusoku ga atta yo ,
     
    kare no namae wa ryu desu!! (shiranai deshou?)
    nihon ita toki ni ichiban ii tomodachi de yasashii hito datta.
    jitsu wa watashi no kohai nan da yo..( gappu wa 3 nen gurai kanaaa..)
     
    ima, kare wa chula de beskyoushite,daigakuin ni naru...
    ato 2 kagetsu gurai sotsugyou youtei ga arun da..hayai souuu
    sono toki, sotsugyou shiki ni ikitai naaaa....ryu chan ni omedetai to omou. 
    ...................................
    .................
     
    konkai wa neeee.....
    ryu chan wa motto kakkoi to omou yo....(minna ryu chan ni tabun aitai deshou??...dou kanaaa??)
    jitsu wa, atta toki ni chotto bikkurishite,nande kau ga kawattan datte ....??
    tabun 3 nenkan totte,motto wakaisha ni naru kamoshiranai ne....(shiawase deshou...hola!!!)
     
    6.30 pm attekara takushii de  riverba made e itta.
    kono bashou wa watashi ni totte nankaimo itta koto ga aru kedou ryu chan no hou ga itta koto ga nai....
    dakara, kare ni tusreteitte,suki ni natte ,yokatta ...
    isshouni zutto 2 jikan gurai hanashite, nado ga kawaite,tuskaretemo daijoubu datta.
    tabenagara hanashite,shiawase yoooo .....sugoku hisashiburi wa neeeeeee.....
     
    ..........................
    ...................
    hmmm......ryu chan korekara, iroiro ganbatte ne....benkyoudemo nademo ganbatteiku yo!!
    watashimo shigoto gabarimasu....
     
    moshi kikai ga attara mata kondo neeee....
     
    ki o tsukete ne..
    imu desu
     
     ปล . สุดท้ายไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เขียน แต่ขอไว้อาลัยให้เจ้าขายหน่อย
    เป็นหมาตัวสุดท้ายประจำตะกูลเรา เพิ่งตายไปได้ไม่นาน
    เศร้าใจที่สุด...
    แต่ว่าไปมันก้แก่มากแล้วล่ะ แต่ไม่อยากให้มันตายเลย
    เพราะกลับบ้านที่ไรก้เห็ฯมันวิ่งดุ๊กดิกมาหาทุกที คราวนี้เหงาเลย
    แล้วแม่จะซื้อ dozo ให้หมาไหนกินเนี่ย
    ไปดีๆเถอะนะเจ้าขาว
    ..................
    .........
    ขอโทษด้วย ที่เลี้ยงแกไม่ค่อยดี
    ความจริงรักนะ แต่ไม่แสดงออก
    รู้บ้างมั๊ยเนี่ย???
     
    จาก เจ้านายแกเองไอ้ขาวเอ๊ย..ลาก่อนไอ้ขาว
     
     
     
    June 05

    วันเอ๋อๆ

     
    หวัดดีค่า
     
    เริ่มว่าไงดีอ่ะ
     
    วันนี้กลับบ้านเร็วด้วยล่ะแบบว่า ห้าเด้ง (หมายความว่า ห้าโมงก้เริ่มเด้งเก็บของออกจากโต๊ะอ่ะดิ)
    ก็ทำไงได้ล่ะ....เบื่อแล้ว....พอคุยงานเสร็จก้มากีอกแก๊กนิดหน่อย กลับบ้ายดีกว่าเน้อ ไว้เริ่มงานใหม่พรุ่งนี้ละกัน
     
    เอ...วันนี้เล่าเรื่องไรดีล่ะ
     
    อ้อ....เล่าประสบการณ์เอ๋อละกัน
    ก็วันนี้ไปหาลูกค้ามาล่ะ ไปขาย product ตัวใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไป ให้ลูกค้า
    (รู้จักกันป่าว k-trade connect -one part ofTrade innovation)
    คราวนี้ด้วยความชะล่าใจ ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นลูกค้าญี่ปุ่น เราก็ยังทำเอ่อจนได้
     
    เอ๋อ 1 คือ เตรียมเอกสารเป็นภาษาไทยไป (อ้าว...ก็นึกว่าได้คุยก่ะคนไทยนี่พี่ sale ไม่ยอมเตือน ง่ะๆ) สุดท้ายเลยไม่ได้ใช้ต้องพูดเอา
    เอ๋อ 2 คือ นัดลูกค้าไว้ 10.30 น. ดันชะล่าใจ ไม่นึกว่าปู่เจ้าจะติดขนาดนั้น ดันไปสายสุดในทีม (มีทีมอื่นๆไปด้วย) ที่สำคัญเค้ากำชับมาแล้ว.อันนี้ยอมรับผิด100%
    เอ๋อ 3 คือ ดันลืมเอานามบัตรมา (ก็คนญี่ปุ่นเค้าให้ความสำคัญกับนามบัตรมากๆน่ะสิ...ซวยไป) หัวหน้าที่ไปด้วยต้องขอโทษแทน
    เอ๋อ 4 คือ พอทำงานเสร็จเค้าไหว้ขอบคุณเรา แต่เราดันโค้ง พอเค้าโค้ง เราก้ไหว้...ว๊า...ไม่สัมพันธ์กันเลย
     
    นั่นแหล่ะ
    ..............
    สุดท้ายขายออกรึป่าวไม่รู้....แต่น่าจะได้นา สาธุๆๆๆ
     
       มันก็เลยเป็นบทเรียนว่าไว้วันหลังต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่านี้ แต่หัวหน้าที่ไป(คนญี่ปุ่น) เค้าบอกว่าวันนี้โอเคแล้วลุกค้าก้ happy กับสิ่งที่เราเสนอไป
    ถ้าเป็นงั้นจิงก็โล่งอก...เพราะคนญี่ปุ่นเดายากจะตาย หน้าตาโอเค แต่ในใจอาจจะไม่โอก้ได้ ต้องให้คนญี่ปุ่นดูกันเองน่าจะรู้ดีกว่าเราเน้อ
     
    ...............................................................
     
    เปลี่ยนจากเรื่องเอ๋อ มาเรื่องดีๆบ้างดีกว่า
    เรื่องดีๆของวันนี้....อืม ขอติดก่อนนะ
    .............
    .........
    ไม่น่าจะมีอ่ะ
    รู้แต่ว่าวันนี้ก้ปล่อยแก่ไป shopping มาแล้ว ได้เสือ้มาสองตัวด้วยล่ะ
    แต่นิสัยเดิมของเราก็ยังรักษาไม่หายซักกทีเนี่ยจิ...
     
    ก็โรคที่ชอบซื้อเสือ้ผ้าแบบเหมือนกันแต่ 2 สีน่ะสิ ....เวลาชอบตัวไหนแล้วเลือกสีไม่ถูกชอบซื้อมันทั้งคู่เลย
    ทำให้มีอย่างนี้ในตู้เยอะมากอ่ะ
    นิสัยอย่างนี้ไม่ดีเนอะ
    ไม่ดีที่มันเปลือง เนี่ยแหล่ะ
    ......
    ง่ะๆๆ เลิกละๆๆ นิสัยนี้
     
    เตือนๆกันด้วยเน้อ
     
    bye bye
    im chan
    June 02

    ...

     
    หวัดดีค่ะ
     
    พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีกแล้วอ่ะ ทั้งที่เป็นเสาร์ อาทิตย์ แท้ๆ แงๆๆๆๆๆ
    ก็มีอบรมอ่ะดิ ต้องไปไกลถึงบางปะกงอีกแล้วอ่ะ
     
    โห อดไปช๊อบก่ะยุ้ยเลย
    และก้อดดูหนังด้วย 
    แถมพรุ่งนี้ช่วงกลางคืนก้ต้องไปทำงานอีก แง่มๆๆๆ
     
    ผ่านอาทิตย์นี้ไปจะไปเที่ยวให้บ้าไปเลย คอยดูดิ (บ่นๆๆๆ)
     
    ก็ทีผ่านมา ช่วงวันหยุดวิสาขก้ไม่ได้พักนี่นา .... นั่งปั่นงานซะเกือบไม่ทัน
    แล้วเวงกรรมจิงๆๆ ...พอใกล้จะ present ก็มายกเลิกนัดของตรู!! ให้มันได้งั้นจิ
     
    แถมเวงกรรมกว่า ต้องรวบยอดทำเพิ่มให้ดีกว่าเดิม ในการ present อังคารหน้า แบบ no comment
    แล้วมีเวลา เกือบ 3 ชั่วโมง จะให้พุดไรเนี่ย??? กลุ้ม...
    ความจริง...เวลาขนาดนี้ดู pirate จบเป็นเรื่องแล้ววววว......ไม่เป็นไร เดี๋ยวคงคิดออก รอคืนวันจันทร์ ไฟลนก้นอีกครั้ง!!!
    แบบว่าเครื่องไม่ร้อนงานไม่เดิน อิอิ
     
    ไปนอนละเดี๋ยวพรุ่งนี้ตกรถเพราะตื่นสาย คงถูกประณามแน่
    รีบๆนอนดีกว่า
     
    nite nite everybody
    im chan (จอมบ่น)
     
     
     
     
    May 27

    ไปเป็นชาวเกาะกันเถอะ 555

    เกาะใคร เกาะมัน กับความสุขที่ใจ
     
    ขึ้นหัวข้อ อย่างนี้แล้วเข้าใจกันบ้างมั๊ยเนี่ย???
    ยากอยู่เนอะ
    ...........
     
    คือว่า เย็นวันนึงหลังจากที่เราคุยงานกับพี่ที่ออฟฟิศเสร็จ หรือยังไม่เสร็จก็ไม่รู้สินะ แต่มันก็มีเรื่องทีทำให้เราต้องคุยกันออกนอกลู่นอกทางทุกที
    คราวนี้ มันก็มาจบที่ว่า เรื่อง....ความสุขบนเกาะ
     
    ความสุขบนเกาะ คื อะไร?? นั่นสิ เราก็ถามพี่เค้านะว่า ความสุขบนเกาะ ยังไง? ไม่เข้าใจ? ขยายความให้หน่อย...please!!
     
        พี่เค้าบอกว่า เค้าเพิ่งเข้าใจได้ไม่นานมานี้ว่า....
    ทำไมคนเราถึงสามารถทำอะไรที่แย่ๆได้ ที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยได้  เช่น การขับรถช้าแต่อยู่เลนขวา หรือ การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ เป็นต้น  
    เหตุลก็คือว่า เพราะพวกเค้าเหล่านั้นอยู่บนเกาะของเค้าไงเล่า...   เค้ามีความสุขบนเกาะของเค้า โดยไม่ต้องคิดถึงคนอื่น (อันนี้คุยกันโดยไม่คำนึงถึงความถุกต้องนะ) ทำให้เห็นว่าบางทีความสุขมันก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมแค่นี้เอง  แค่ที่ใจ บางทีทำในสิ่งที่ตัวเองทำและเป็นสุขมันก้เป็นความสุขอย่างนึงแล้ว บางทีการที่เราคิดถึงคนอื่นมากไปจนลืมที่จะคิดถึงตัวเองน่ะ มันก้เป้นทุกข์อย่างนึง กังวลแทนคนอื่นมากไป แทนที่จะใส่ใจกับความรู้สึกของตัวเองมันก็เป็นทุกข์เช่นกัน
     
    ไม่รู้ว่าพี่เค้าจะแอบสอนอะไรเราอยู่รึเปล่า???
          แต่อยากจะบอกพี่เค้าไว้เลยว่าพี่มาพูดได้ถูกเวลามาก ถุกเวลาที่อิ่มกำลังหาแนวร่วมสนับสนุนที่ว่าอิ่มควรจะไปอยู่เกาะของตัวเองบ้างหรือไม่??
    เพราะบางทีการไปใส่ใจกับเกาะของชาวบ้าน ทำให้เราเหนื่อยแทน และก็ไม่ได้อะไรดีขึ้นมา มีก้แต่เสมอตัว แถมตรูต้องกลับมาเครียดอีก ในขณะที่ สองเกาะนั้นไม่ได้รับรู้อะไรเลย และพยายามจะแยกเกาะกันให้ไกลเท่าที่จะไกลได้ด้วยซ้ำ  แม้แต่แม่เหล้ก ขั้ว บวก และขั้วลบ ก้อาจจะช่วยอะไรไม่ได้...โศรก
    คิดได้อย่างนั้น ก็ตัดสินใจเรียกเรือด่วนจี๋ ไปขึ้นเกาะของตัวเองดีกว่า....
    หาความสุขที่ใจใกล้ๆนี้แหล่ะ
     
      คนติดเกาะ
     
    อิ่มน้อย

    hey...long time no c

    หวัดดีค่ะ
     
                หายหน้าไปนานร่วมปี (เวอร์ไปป่าว) ไม่ได้มา upเลยอ่ะ ก็งานมันยุ่ง ก็มันไม่มีเวลา ก็มันขี้เกียจ สารพัดจะอ้างอ่ะนะ ว่ากันไป
    แต่พอดี เสารื อาทิตย์นี้ว่างๆ ได้อยู่ห้อง ไม่รู้จะทำไร มันเบื่ๆ หลังจากดู ทีวี กดไปกว่าแสนช่องทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้ทำไร เพราะว่าเมื่อวานไปสบายอ่ะ เป็นผลพวงมาจากการรับประทานอาหาร อะไรก็ไม่รู้โรคเก่าที่นานๆเป็นที หรือถี่ก้ไม่ร้เลยกำเริบมากให้กระอักกระอ่วนตอน ตีสอง ตีสาม ก็อาหารเป็นพิษน่ะ เล่นเอาเราโทรมทั้งวันเสาร์เลย แย่ อยากอ้วกก็อว้กไม่ออก เพราะว่าเป็นทีไร ถ้าได้อ้วกนะ จะหายด้วยความรวดเร็วทุกที แต่คราวนี้ไม่ออกอ่ะ เลยทำให้ต้องนอนและก้นอน หมดโปรแกรมไปเที่ยวเล่นดูหนังฟังเพลงเลย  เซ็งสุดๆ 
     
    แต่วันนี้ก็ดีขึ้นแล้วแหล่ะ ถ้าไม่ดีก้คงจะแย่ ไม่งั้นไม่มีแรงไปทำนแน่ ทำไม่ทันอยู่แล้วด้วย
    ช่วงนี้ก้เลยอยู่บ้าน นั่งเล่นคอมนู่นนี่ ก้เลยมา up ดีกว่าเนาะ
     
    up ไรดีอ่ะ อืมมม คิดก่อนนะ
    เริ่มจากเรื่องที่ไปเที่ยวกับที่ทำงานมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วดีกว่า
     
    คือว่าเราเพิ่งไป วังน้ำเขียวมาแหล่ะ อยู่แถวโคราช อากาศดีใช่ย่อย แต่มันดูลึกน่าดู ไม่รู้เข้ากันไปได้ยังไง งานนี้เลยได้ไป ฟาร์มโชคชัยด้วยล่ะ
    นึกว่าจะไม่มีอะไรให้น่าสนใจเท่าไร เพราะฟาร์มออกจะกว้างขนาดนั้น แต่...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เค้าจัดได้ดีมากเลยล่ะ ยังไงถ้าใคว่างอยากให้ไปลองเที่ยวดู รับรอง 2.30 ชม ไม่น่าเบื่อแน่นอน    แถมพนักงานต้อนรับนะ สวยๆทุกคนเลย
     
    อ้อ และก็ที่ประทับใจอีกอย่างได้ไปทานข้าวเที่ยงที่ลำตะคลองด้วย บรยากาศดีมาก ร้านอาหารอยู่บนเขา มองมาเห็นน้ำและภูเขา สุดๆ romantic เลยล่ะ
     
    ส่วนอีกวันก่อนกลับได้ไปแวะไร่องุ่น ได้กลับมาหลายขวดเลยนะ แต่หลังจากขนๆซื้อได้ซักพัก พลันคิดได้ว่า ตรูจะซื้อเยอะเกินไปป่าวเนี่ย เกิดมี กทม ก้แย่น่ะสิ
    ไม่ทันจะคิดจบ ก้ถามพี่คนขาย ไม่อยากจะเชื่อ ว่าโง่ต้องมาก่อนฉลาด เพราะว่าเค้ามีขายที่ กทม จิงๆน่ะดิ แถมไม่ไกลเลย ใต้ตึก IBM ข้างแบงค์เราเนี่ยเอง ฮา...
     
    .................................. 
     
    ส่วนเรื่องรูปทริปนี้ สนับสนุนโดยพี่บิ๊กเจ้าประจำ ไปแค่ สอง วันเฮียกดไปร่วม 500 รูป เออ ประมาณว่าเป็นอวัยวะที่33 ของร่างกายได้เลยล่ะ
    แต่ก็ไม่อยากจะบอกว่า รุปเราก่ะเพื่อนๆก็ปาไปเกือบจะครึ่งก้ทำไงได้ล่ะ หันกล้องมาพวกเราก็สู้ตายฮ่ะ 555 โดยเฉพาะนู๋จิ๊บ
     
    แล้วไว้จะเอารูป trip มาอวดกันคราวหน้านะ
    ไว้เจอกันค่ะ
     
    บ๊ายบาย
    อิ่มเอง
     
     
    March 06

    ....

     
    someone is knocking her door..
    whereas she is in the dark corner
    afraid to hear ,afraid to accept...
     
    someone just wait her step to come
    but only silence of the empty song runs
    no movement and so on....
     
    if she just stand up, break the wall of heart
    by opening  and decide to start
    to get the power afte that door
    ....................
    .........
    it may ignition
    the reason of being her life
    ...........
    .........
     
    because
    ........
     
    it's absolutely .....
    it's absolutely meaingful..!!!
     
     

    .......

     
    have u ever met the rain
    have u ever cross the rainbow brigde
    have u ever touched the soft of the magic
    have you ever discoveried it.....
     
    some kinds of my second thought often come while rain is showering in the perfect loneliness mood ..
    the soft voice in the hard rainy day come to me...
    and ...it just say " hi ...anybody there??"
    ........
    ....
    then, i start to look for the source of it...
    let my soul fly to the empty lonely air in the sky...
    and look back to see a guy who is might calling me...
    but suddenly,he's gone with the wind and never return....
    just the careness of the wind send through and cirriculum around me...
    seem close but actually so far...
    so far away....
    .......
    and rain stop no even one drop of it
    the couldy day disappear with the light of the sunny day come instead
     
    day come and gone..day by day
    rainy cloudy sunny even hard windy day
    but i still ...
    i still be and never been called again
     
    or it may.....
    .......
     
    it'time
    it's my turn to call out lound through out the windy rainy day
    it may my sunshine day...???
     
     
     
     
     
    February 18

    เศร้า

     
     
                "ช่วยด้วย......... มือถือหายยยยยยยยยยยยยยยยยย..."
    February 17

    nada sousou

    กิ๊ กิ๊..ไปดูหนังญี่ปุ่นมา น้ำตาไหลพรากๆ เพราะว่าหนังเค้าก็บอกไว้แล้วนี่ว่า nada sou sou ... แต่เขียนเป็นภาษาอังกฤษซะดูดีว่า tear for you
     
    wow..ไม่น่าเชื่อว่าคนจะดูเต็มโรงซะขนาดนี้ เสียแต่แอร์ไม่เย็นเลย แล้วก็ที่นั่งแคบจิงๆ แต่อ่ะนะ จะดูหนังญี่ปุ่นทีไรก็ต้องถ่อมาที่นี่ทู๊กที - - lido อ่ะนะ
     
    วันนี้เลยกลายเป็นวัน japanese day ของเราไป โดยไม่ได้ตั้งใจ
     
    ทั้งๆที่มัน ควรเป็น chinese day มากกว่าเน้อ..ฮ่อๆๆ เกือบลืม ซินเจียหยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้นะฮับ ทู๊กคนนนน....
     
    .....
     
    กลับมาที่บอกว่าเป็น japanese day โดยไม่ได้ตั้งใจ ก็เพราะว่า ตัดสินใจว่าจะไปกินอาหารญี่ปุ่นกันที่ทองหล่อ ร้านสุดโปรดที่ไม่ได้ไปนาน
    uomasa แต่อดกินเนื้อย่าง เพราะไปก็บ่ายกว่าๆนู่น เนื้อเลยหมดกัน แต่ก็ดีเนอะ ประหยัดตังค์ ก็เนื้อบ้าไร มีประมาณ 5-6 ชิ้นได้ ปาไป เกือบพัน หุหุ
    แต่อร่อยอย่าบอกใครเชียวอ่ะ....ว่าแล้วอยากกินหมูกะทะ (อ้าว..มันเกี่ยวตรงไหนเนี่ย??)
     
    อิ่มท้องด้วยของคาวก็ต้องต่อด้วยของหวาน ที่ร้าน cake ในระแวกใกล้ๆกัน งานนี้ strawberry ถูกหม่ำไปตามระเบียบ กินจนหายเบื่อ strawberry ไปเลยล่ะ
     
    หลังจากนั้น มีเสียงบางคนเริ่มบ่นว่าอยากดูหนัง อ้าว..อยากดูจัดให้ แต่..แฮ่ๆๆๆ ด้วยความที่ข้าน้อย update ทันกระแสฮอตฮิตเกินไป เป็นอันว่าแผนที่จะดูนเรศวรต้องล่มไป เพราะเราดันไปดูมาแล้วเนี่ยสิ พาลให้ต้องหาเรื่องอื่นดูแทน ปกติมันก็ไม่ลำยากเท่าไหร่หรอกนะ แต่เนี่ยอ่ะ โทรไปที่ไหนๆเค้าก็บอกว่ามีแต่นเรศซรทั้งนั้นเลย...โห..ไม่อยากจะเชื่อคนไทยรักชาติ แห่กันมาดูล้นหลามจิงๆๆๆ
     
    วุดท้ายดวยเวลา และสถานที่อันประจวบเหมาะเลยตัดสินใจว่า ดู nada sousou ดีกว่า ก็พอดีเมื่อคืนได้ดู preview mง bc หน่อยนึง เห็นว่าทำรายได้ถล่มทลาย ox office ของ ชาวพี่ยุ่นกันถ้วนหน้า.....เลยพลาด บ่ได้
     
    งานนี้ nada sou sou ทำผู้ชมเสียน้ำตาได้ระดับนึง แต่ความอบอุ่นก็ไม่น่าจะน้อยไปกว่า be with you ที่ผู้กำกับหนังคนเดียวกันได้ทำไว้และประทับใจใครๆต่อใครมากนักต่อนักแล้ว ไม่รู้ พี่กำกับคนนี้เป็นไร ต้องทำให้พลัดพราก ตายากกันทุกทีสิ เฮ่อ...เป็นพี่ บอย exact ในร่างญี่ปุ่นอ๊ะป่าวเนี่ย ชักสงสัย???
     
    ...........................
    Nada Sousou (Tears for You)
    พี่ชาย พี่รู้มั้ยคะว่าหนูรักพี่มากแค่ไหน”


    สัญชาติ ญี่ปุ่น
    ประเภท โรแมนติค / ดราม่า
    กำกับการแสดง โนบุฮิโระ โดอิ (ทีวีซีรี่ย์ Friends, ภาพยนตร์ Be With You)
    นำแสดง ซาโตชิ ทสึมาบุกิ (ทีวีซีรี่ย์ Orange Days, ภาพยนตร์ Spring Snow, Farewell Kuro),
    มาซามิ นางาซาวะ (Yomigaeri, Crying Out for Love in the Center of the World)
    กำหนดฉาย 14 กุมภาพันธ์ 2550 (30 กันยายน 2006 ในญี่ปุ่น)
    จัดจำหน่าย มงคลภาพยนตร์
    Official Site www.nada-so.jp/intro.html

    ร่วมเสียน้ำตาให้กับเรื่องราวความรักอันบริสุทธิ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลงพื้นบ้านท
    ี่ไพเราะที่สุดของญี่ปุ่น

    นาดา โซวโซว (Nada SouSou) เป็นภาษาพื้นเมืองของโอกินาว่า แปลว่า “น้ำตาไหลริน” เพลง “นาดา โซวโซว” นี้แต่งโดย Begin เขียนเนื้อร้องโดย เรียวโกะ โมริยาม่า (เนื้อเพลงพูดถึงความทรงจำของเธอที่มีต่อพี่ชายที่เสียชีวิตไปเมื่อนานมาแล้ว) ออกวางแผงในปี 1998 และได้รับการเรียบเรียงใหม่ในปี 2001 โดยนักร้องสาว ริมิ นัทสึกาว่า ปัจจุบันเพลง นาดา โซวโซว มียอดขายกว่าล้านแผ่นและกลายเป็นเพลงพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของญี่ปุ่น



    นำแสดงโดยสองนักแสดงวัยรุ่นดาวรุ่งของญี่ปุ่นซาโตชิ ทสึมาบุกิ และ มาซามิ นางาซาว่า

    แม้จะอายุน้อย แต่นักแสดงนำทั้งคู่ต่างเป็นนักแสดงคุณภาพของญี่ปุ่น ซาโตชิ ทสึมาบุกิ ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองญี่ปุ่นสาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจาก Water Boys (2001) และได้เข้าชิงอีกครั้งในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก Spring Snow (2005) ส่วน มาซามิ นางาซาว่า ก็คว้าตุ๊กตาทองสาขาหน้าใหม่ฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจาก Robot Contest (2004) และสาขานำหญิงยอดเยี่ยมจาก Crying Out for Love in the Center of the World (2005)



    การกลับมาของผู้กำกับ Be With You

    โนบุฮิโร่ โดอิ เกิดวันที่ 11 กันยายน 1964 ที่เมืองฮิโรชิม่า และไต่เต้าจากการเป็นผู้กำกับซีรี่ย์ทางโทรทัศน์เรื่อง Good Luck! (2003) และ Orange Days (2004) มากำกับภาพยนตร์เรื่องแรกใน Be With You (2005) ที่ซาบซึ้งจับใจผู้ชมจนกวาดรายได้ไปกว่า 48 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ Nada Sousou หรือ Tears for You คือภาพยนตร์เรื่องที่สองที่แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ด้านการถ่ายทอดแก่นเรื่องเกี่ยวกั
    บความรักต้องห้ามที่มาพร้อมกับความรู้สึกและบรรยากาศอันบริสุทธิ์สดใส โดยเขาสั่งสมความสามารถนี้จากการกำกับทีวีซีรี่ย์ญี่ปุ่นกว่า 10 เรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับความรักรวมถึงซีรี่ย์ร่วมทุนเกาหลี-ญี่ปุ่น เรื่อง Friends ที่นำแสดงโดย วอนบิน และ เคียวโกะ ฟุกาดะ ที่เคยฉายในเมืองไทยและเป็นที่ฮือฮาเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อนด้วย



    เรื่องย่อ

    เด็กผู้ชายคนหนึ่งให้สัญญากับแม่ที่กำลังจะตายว่า เขาจะดูแลน้องสาวอย่างดีที่สุด แต่ความรักระหว่างเขาและน้องสาวกลับเติบโตจนแข็งแกร่งและลึกซึ้งเกินคำว่าพี่น้อง



    ที่เกาะนาฮา เมืองโอกินาว่า โยตารุ อารากากิ (ซาโตชิ ทสึมาบุกิ) หรือ “โยตะ” คือเด็กหนุ่มวัย 21 ปีที่ขยันขันแข็งและใฝ่ฝันอยากเปิดร้านอาหารของตนเอง โยตะมีน้องสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นน้องเลี้ยง ชื่อ “คาโอรุ” (มาซามิ นางาซาว่า) พวกเขาอาศัยอยู่บนเกาะเล็กๆที่ไกลออกมาจากโอกินาว่าแผ่นดินใหญ่

    โยตะเจอคาโอรุครั้งแรกตอนที่เธออายุ 3 ขวบ ส่วนตัวเขาอายุ 8 ขวบ แม่ของโยตะ (เคียวโกะ โคอิซุมิ) แต่งงานใหม่กับนักดนตรีคนหนึ่งที่มีลูกติดคือ คาโอรุ โยตะไม่เคยคิดเลยว่านักดนตรีคนนนี้จะทิ้งพวกเขาไปในเวลาอันสั้น และแม่จะมีชีวิตอยู่กับเขาอีกไม่นาน ก่อนแม่จะสิ้นใจ โยตะยืนอยู่ข้างเตียงแม่และให้สัญญาว่าจะดูแลคาโอรุอย่างดีที่สุด

    โยตะกับคาโอรุ กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งเมื่อคาโอรุเข้าเรียนระดับมัธยมปลายที่นาฮา ขณะที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน โยตะได้ลงทุนลงแรงเพื่อเปิดร้านอาหารอย่างที่ฝันเอาไว้ แต่ทุกอย่างกลับพังทลายลงเมื่อเขาถูกพวกต้มตุ๋นโกงจนหมดตัว โยตะเป็นหนี้ล้นตัวและหมดกำลังใจในการใช้ชีวิต เขาเลิกกับแฟนสาว เคโกะ (คุมิโกะ เอโซ) และกลับมาใช้ชีวิตอย่างลำบากด้วยการรับจ้างใช้แรงงาน โดยไม่รู้ว่าคาโอรุเองก็ทำงานพิเศษเพื่อช่วยเหลือเขาด้านการเงิน โยตะและคาโอรุดิ้นรนเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และต้องต่อสู้กับความรักที่มีให้กันมากเกินพี่น้อง ทั้งคู่ไม่เคยเอ่ยปากคุยเรื่องนี้ แต่ในที่สุดพวกเขาก็ตกลงกันว่าควรจะแยกกันอยู่ เมื่อคาโอรุเข้ามหาวิทยาลัยได้ เธอจึงย้ายออกไป

    เวลาผ่านไป 1 ปีครึ่ง คาโอรุอายุครบ 20 ปี เธอมีความสุขกับชีวิตมหาวิทยาลัยและกำลังรอเข้าพิธีบรรลุนิติภาวะ เมื่อโยตะมาถึงและช่วยชีวิตเธอจากพายุไต้ฝุ่น คาโอรุก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าโยตะไม่สบายมากจากการที่ร่างกายอ่อนเพลีย และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ตาย

    หลังเสร็จสิ้นพิธีศพ คาโอรุก็ได้รับพัสดุกล่องหนึ่งจากไปรษณีย์ บนกล่องจ่าหน้าว่าส่งมาจากโยตะ เขาส่งมาให้เธอก่อนตาย คาโอรุเปิดออกและพบว่ามันคือกิโมโนตัวสวยที่พี่ชายของเธอตั้งใจให้เป็นของขวัญสำหรับ
    พิธีบรรลุนิติภาวะ เป็นสัญลักษณ์ว่าเธอโตเป็นผู้ใหญ่และมีอิสระเต็มตัวแล้ว



    ***Nada SouSou เปิดตัวอันดับ 1 ในญี่ปุ่นด้วยรายได้กว่า 3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ และติดอันดับ 1 ใน 5 หนังทำเงินสูงสุดอยู่นานถึง 4 สัปดาห์
     
    im chan